7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ iPhone SE (รุ่นที่ 2)

April 16, 2020 79 0 0

ในที่สุด Apple ก็ได้สร้างเซอร์ไพร์แก่แฟนๆ ด้วยการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ที่โดยปกติแล้ว iPhone รุ่นใหม่จะต้องเปิดตัวช่วง Q3-4 ของปี แต่ในครั้งนี้ Apple เลือกที่จะเปิดตัวในช่วงต้นของ Q2 เลย โดยรุ่นใหม่นี้ เป็นภาคต่อของสมาร์ทโฟนที่เน้นความคุ้มค่า ในราคาที่ผู้ใช้งานสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือตระกูล SE โดยรุ่นใหม่นี้จะมีชื่อเต็มๆว่า iPhone SE (รุ่นที่ 2) ครับ

มองภาพรวมแล้ว iPhone SE (รุ่นที่ 2) นี้ จะมีหน้าตาคล้ายกับ iPhone 8 ที่เคยเปิดตัวเมื่อ 2560 แต่ว่าภายในนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง และนี่อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัย ว่ามีอะไรบ้าง วันนี้ผมจัด 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่นี้มาฝาก จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันครับ

หน้าตาเหมือนรุ่นเก่า แต่สเปกเหมือนรุ่นใหม่
จะเห็นได้ว่าลักษณะภายนอกนั้นเหมือนกับ iPhone 8 เลย ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ หรือดีไซน์ แต่ภายในนั้นค่อนข้างแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล A13 Bionic ตัวเดียวกับ iPhone 11, เทคโนโลยี WiFi ตัวใหม่ รองรับ eSim และมีหน่วยความจำภายในให้เลือกมากกว่า เพราะมีรุ่น 64/128/256GB ต่างจาก iPhone 8 ที่มีแค่ 2 ขนาดคือ 64 และ 256GB ครับ

สิ่งที่ไม่ต่างจาก iPhone 8
สำหรับสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย นอกจากการดีไซน์แล้ว  ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ iPhone SE (รุ่นที่ 2) เหมือน iPhone 8 เลย เริ่มจากหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ไม่มีระบบสแกนใบหน้า ไม่รองรับ 5G ไม่มี U1 ไม่มี 3D Touch มีกล้องหลังเพียง 1 ตัว การกันน้ำกันฝุ่นอยู่ในระดับเท่ากัน แต่ด้วยความที่มีดีไซน์เหมือนตัวเก่า จึงสามารถหาเคสใส่ได้ง่าย เพราะใช้รุ่นเดียวกับ iPhone 8 ได้เลย

กล้องหน้ามีความสามารถไม่ต่างจากรุ่นท็อป
ถึงแม้ว่าความละเอียดของกล้องหน้าจะเป็นตัวเดียวกับ iPhone 8 แต่ถูกพัฒนาต่อให้มีความสามารถเหมือนรุ่นใหม่ๆตัวท็อป นั่นก็คือการรองรับการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ได้ถึง 6 แบบเหมือนกันกับ iPhone รุ่นที่มี Face ID เลยทีเดียวครับ

กล้องหลังตัวเดิม แต่ทำอะไรได้มากขึ้น
นอกเหนือจากกล้องหน้าแล้ว กล้องหลังของ iPhone SE (รุ่นที่ 2) ก็ยังคงใช้เป็นตัวเดิม ซึางเป็นกล้องเลนส์ไวด์ ความละเอียด 12MP แต่ก็ถูกเพิ่มความสามารถเข้าไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ได้ถึง 6 แบบ, บันทึกเสียงแบบ Stereo และบันทึกวิดีโอ QuickTake ได้เหมือน iPhone 11 สามารถถ่ายภาพได้ในระดับ 4K ซึ่งความสามารถเหล่านี้ จะไม่มีใน iPhone 8 ครับ

ปล. ใน iPhone SE (รุ่นที่ 2) นี้ จะไม่มี Night Mode นะครับ

กลับมาใช้ระบบความปลอดภัยแบบเดิม
ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา iPhone รุ่นใหม่ จะตัดปุ่มโฮมที่ถูกฝังระบบสแกนลายนิ้วมือ(Touch ID)ออกไป และถูกแทนด้วยระบบ Face ID หรือการสแกนใบหน้าแทน แต่สำหรับ iPhone SE (รุ่นที่ 2) ที่การออกแบบเป็นแบบเดิม ทั้งหน้าจอแบบ 16:9 และการนำปุ่มโฮมกลับมาใช้ ทำให้ไม่แปลกใจเลย ที่ Apple เลือกที่จะเลือกใช้ Touch ID ที่ฝั่งอยู่ในปุ่มโฮมเหมือนเดิม และตัด Face ID ออกไป ซึ่งระบบทั้ง 2 นี้ เอาจริงๆก็มีผู้ใช้ที่ชื่นชอบทั้งคู่ และหากใครที่ชื่นชอบการปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ก็น่าจะชื่นชอบ iPhone SE (รุ่นที่ 2) นี้เช่นกัน

มาในไซส์ที่พอดีมือ
ปัจจุบัน iPhone รุ่นที่เล็กที่สุด ก็คือ iPhone 11 Pro ที่มีขนาดตัวเครื่อง ความสูง 144มม. ความกว้าง 71.4มม. ความหนา 8.1 มม. และน้ำหนัก 188 กรัม แต่หากใครที่อยากได้เครื่องที่เล็กและจับพอดีมือกว่านั้น iPhone SE (รุ่นที่ 2) นี้ จะมาพร้อมขนาดตัวเครื่องที่เล็กกว่า ความสูง 138.4 มม. ความกว้าง 67.3 มม. ความบางเพียง 7.3 มม. นอกจากนี้ น้ำหนักยังเบากว่า เพียง 148 กรัมเท่านั้น ซึ่งหากใครที่ชื่นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดเล็ก บาง และน้ำหนักเบา iPhone SE (รุ่นที่ 2) นี้ ถือว่าตอบโจทย์มากครับ

ราคาน่าสนใจ
รอบนี้เรียกได้ว่าเปิดตัวมาแรงมากๆ เพราะด้วยสเปกภายในที่เทียบเท่า iPhone 11 ซึ่งยังคงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอยู่ แต่ในด้านราคานั้น กลับถูถอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะราคานั้น เริ่มต้นเพียง $399 เทียบเท่ากับ Apple Watch Series 5 เลยทีเดียว ซึ่งหากคิดเป็นเงินไทย ก็จะราวๆ 14,900 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่า ทำราคาดีที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว iPhone มาเลยทีเดียวละครับ

สำหรับ iPhone SE (รุ่นที่ 2) ใหม่นี้ คาดว่าจะเข้ามาทำตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ iPhone และบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Apple TV+, Apple Music, Apple Arcade ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป ในส่วนของการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ต้องติดตามข่าวผ่านทาง TechMixIt แห่งนี้กันให้ดีนะครับ เพราะหากมีอัพเดตเมื่อไหร่ ทางเราจะรีบอัพเดตให้ทุกท่านทราบอย่างแน่นอน

Categories: Scoop
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *