ทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนเล่น Let’s Go Pikachu , Eevee บน Nintendo Switch

July 15, 2018 48 0 0

ในที่สุด เครื่องเล่น Nintendo Switch ก็ต้องกลับมาขายดีอีกครั้ง เมื่อเกมที่อยู่คู่แพลตฟอร์มนี้มานาน ได้ประกาศเปิดตัวเกม Let’s Go Pikachu , Eevee เกมโปเกม่อนแนวดั้งเดิมเกมแรกบนเครื่องเล่น Nintendo Switch หากไม่นับ Pokken Tournament DX ซึ่งเป็นเกมแนว Action 3D โดยเกมนี้จะมีรูปแบบการเล่นคล้ายกับเวอร์ชั่นก่อนๆบนเครื่อง Nintendo 3DS แต่จะเพิ่มลูกเล่นต่างๆให้เหมาะกับเครื่องเล่นใหม่ มีภาพสวยขึ้น วันนี้ผมจึงจะมาพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักเกมนี้อย่างเจาะลึก ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว เราก็มาดูกันเลยครับ

มี 2 ปกเหมือนเดิม

เริ่มต้นที่กล่องที่วางขาย หากใครที่ติดตามเกมซีรีย์เกมโปเกม่อนมาโดยตลอด จะทราบว่าในแต่ละภาคจะต้องมีการออกวางจำหน่าย 2 ปกเสมอ ซึ่งภาคนี้ก็เช่นกัน ซึ่งตัวละครชูโรงในครั้งนี้ก็ไม่ใช่โปเกม่อนในตำนานที่ไหน เป็น Pikachu กับ Eevee นั่นเอง

ผจญภัยไปในโลกกว้างสนุกยิ่งขึ้น

ในภาคนี้ ยังคงเน้นการผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อสะสมโปเกม่อน และต่อสู้ตามยิมต่างๆ แต่จะแตกต่างตรงที่ว่า เราจะไม่ได้เดินด้วยเท้าอีกต่อไป เพราะเราสามารถนำโปเกม่อนที่เรามี ออกมาร่วมเดินทางไปกับเราได้ ถ้าเป็นตัวเล็ก ก็จะเดินตาม แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่ ก็สามารถขึ้นขี่ได้

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่บนบก หรืออยู่บนผิวน้ำ ก็สามารถเลือกโปเกม่อนที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ในสถานะการณ์เหล่านั้น เพื่อให้เราขี่ได้

โปเกม่อนที่เดินตามเรา หรือที่ให้เราขี่ บางครั้งก็สามารถค้นพบไอเทมที่ซ่อนอยู่ในแผนที่ได้

เนื้อเรื่องเข้มเข้นเช่นเคย

ในภาคนี้ก็ยังคงมีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นเช่นเคย โดยจะเริ่มต้นที่เราเข้ามาพูดคุยกับโปรเฟสเซอร์ เลือกรับโปเกม่อนสำหรับเทรนเนอร์เริ่มต้น และเริ่มออกเดินทาง

โปเกม่อนดูมีชีวิตชีวาขึ้น

ในภาคนี้ เราสามารถที่จะแต่งตัวเทรนเนอร์ และโปเกม่อนได้!! ที่ตื่นเต้นคือ ไม่ใช่เฉพาะแค่เปลี่ยนเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า อะไรเท่านั้น แต่สามารถแก้ไขได้ถึงขั้นรูปร่างของโปเกม่อนอย่างทรงผมได้ด้วย เราจะได้เห็นปิกาจูเปลี่ยนทรงผม!!!

นอกจากนี้ เรายังมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าโปเกม่อนคู่ใจของเราได้ เช่น ให้อาหาร ลูบหัว จั๊กจี้เป็นต้น

ระบบการต่อสู้สนุกมากยิ่งขึ้น

เอาใจคนชื่นชอบการต่อสู้ เราสามารถเข้าไปที่ยิมของแต่ละสถานที่ต่างๆ เพื่อต่อสู้ได้ ซึ่งระบบการต่อสู้ของภาคนี้ก็ยังคงคล้ายคลึงกับภาคก่อนๆ แต่จะมีมุมมองที่แปลกขึ้น ภาพสวยขึ้น และที่สำคัญคือเอ็ฟเฟ็คการต่อสู้อลังการงานสร้างสุดๆ

โปเกม่อนจำนวนมาก จะมีพลังที่แตกต่างกันออกไป ตามธาตุของตัวละครนั้น แต่ก็มีโปเกม่อนจำนวนมาก ที่มีพลังเหมือนกัน เป็นท่าพื้นฐานของโปเกม่อนธาตุนั้นๆ เช่น พ่นไฟ พ่นน้ำ พายุหมุน เป็นต้น

ระบบที่มีเฉพาะเครื่องเล่น Nintendo Switch เท่านั้น

ทีนี้เรามาดูระบบใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ เพราะเป็นเกมที่อยู่บนเครื่องเล่น Nintendo Switch จึงมีอะไรใหม่ๆเข้ามาเยอะพอสมควร ระบบแรกก็คือ เป็นการใช้คอนโทรลเลอร์เหวี่ยงไปมาหน้าหลัง เพื่อโยนบอลจับโปเกม่อน คล้าย Pokemon Go ที่เราเล่นกันบนสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ ยังสามารถต่อเข้ากับทีวีเพื่อเล่นได้อีกด้วย

คนใจคนชอบเล่นกับเพื่อน ถึงแม้ว่าเพื่อนจะไม่มีเครื่องเล่น Nintendo Switch แต่ก็สามารถสนุกด้วยกันได้ ด้วยการใช้คอนโทรลเลอร์คนละอันในการเล่น

เมื่อมี 2 คน ความสนุกก็ต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน เรามาดูกันว่า สองคนามารถทำอะไรได้บ้าง

ผู้เล่นสองคนสามารถที่จะผจญภัยไปด้วยกันได้ โดยแต่ละคนก็จะได้บังคับตัวละครของตน เดินไปด้วยกัน ช่วยกันจับโปเกม่อนได้ ช่วยกันหาไอเทมที่ซ่อนอยู่ในแผนที่นั้นๆได้ และแลกเปลี่ยนไอเทมด้วยกันได้

ที่น่าสนใจที่สุด น่าจะเป็นการต่อสู้ร่วมกัน ผู้เล่นสองคนช่วยกันต่อสู้ จะทำให้การต่อสู้สนุก และง่ายมากยิ่งขึ้น ประดุจเหมือนสองรุมหนึ่ง ยังไงยังงั้น ฮ่าๆ

สำหรับการเล่นสองคนนั้น ผู้เล่นทั้งคู่จะต้องมีแอคเคาท์ของ Nintendo จากนั้นทำการเชื่อมต่อ ลักษณะคล้ายของ PlayStation 4 คอนโทรลเลอร์ซ้ายหนึ่งแอคเคาท์ ขวาอีกหนึ่ง

อุปกรณ์เสริมก็มา 

เรียกได้ว่ามีของมาขายกันอีกแล้ว เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ร่วมกับเกมภาคนี้ นั่นก็คือ Pokeball Plus มีรูปร่างเป็นโปเกบอลที่ตรงกลางใช้เป็นคันโยก และมีไฟรอบๆ

ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มาก เราสามารถใช้แทนคอนโทรลเลอร์หลักของเครื่องเกมเพื่อเล่นได้

นอกจากใช้เป็นคอนโทรลเลอร์แล้ว โปเกบอล พลัส อันนี้ ยังมีความสามารถอื่นๆอีก เช่น มีไฟแสดงสถานะต่างๆในเกม

สามารถส่งเสียงร้องของโปเกม่อน หากเราทำการลูบๆ เสมือนมีโปเกม่อนอยู่ในบอลจริงๆ

อย่างที่บอกไป ว่าการออกแบบมานั้น ไม่ใหญ่มาก มีสายคล้องข้อมือ สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พกไปไหนด้วยก็ได้ครับ

Pokeball Plus จะวางจำหน่ายช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ จำหน่ายแยกกับตัวเกมนะครับ ซึ่งหากซื้อแยกจะมีราคาอยู่ที่ 1,699 บาทไทย แต่ถ้าซื้อพร้อมเกมก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้ Pokebell Plus อันนี้ นอกจากจะใช้ร่วมกับเกมภาคนี้บน Nintendo Switch แล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับ Pokemon Go บนสมาร์ทโฟนได้ด้วยครับ

เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก็ได้นะ

อย่างที่เกริ่นไปในช่วงแรกว่าภาคนี้ สามารถเชื่อมต่อกับ Pokemon Go บนสมาร์ทโฟน เพื่อดึงเอาข้อมูลโปเกม่อนที่เรามีบนสมาร์ทโฟนย้ายเข้าไปใส่ใน Nintendo Switch ได้

นอกจากจะทำการถ่ายโอนโปเกม่อนข้ามแพลตฟอร์มได้แล้ว เรายังสามารถส่งของขวัญให้กันได้อีกด้วย

เวลาอยู่ข้างนอก เราอาจจะไม่ถนัดหยิบเครื่องเล่น Nintendo Switch ขึ้นมาเล่น แต่สามารถใช้สมาร์ทโฟนในการจับโปเกม่อนได้ ด้วย Pokemon Go เพราะนอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังหาโปเกม่อนได้ง่ายอีกด้วย เมื่อจับได้แล้ว ก็ทำการถ่ายโอนเข้าเครื่อง Nintendo Switch ในภายหลังได้ครับ

สำหรับใครที่อยากเล่นเกม Let’s Go Pikachu , Eevee บน Nintendo Switch อาจจะต้องรอกันสักหน่อย เพราะเกมจะวางจำหน่ายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ในราคาประมาณ 1,990 บาทไทย หรือซื้อพร้อม Pokeball Plus ในราคาประมาณ 3,199 บาทครับ

Categories: Game
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *