วิธีทำให้สมาร์ทโฟน Android ที่สเปกไม่แรง ลื่นไหล ไม่กระตุก ใช้ได้กับทุกรุ่น ทุกแบรนด์

July 9, 2018 79 0 0

ช่วงนี้สมาร์ทโฟนราคาไม่สูงมาก เริ่มมีวางจำหน่ายเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน บางรุ่นอาจจะเน้นกล้องสวย บางรุ่นอาจจะเน้นจอใหญ่ บางรุ่นอาจจะเน้นไปที่ดีไซน์และวัสดุที่ดี เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า พอด้วยราคาที่ถูกจำกัด การที่จะหาสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องนั้น เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากๆ ครั้นจะหาสมาร์ทโฟนที่มีสเปกดีๆ ราคาก็สูง แต่ปัจจัยที่สำคัญจริงๆอยู่ที่เรื่องของการใช้งาน เพราะถึงแม้ว่าถ้ากล้องสวย จอใหญ่จอสวย แต่การช้งานไม่ดี ไม่ลื่นไหล ก็จบ

วันนี้เทคมิสซ์อิทของเราจึงจะมานำเสนอ วิธีที่จะทำให้สมาร์ทโฟนเหล่านั้น ใช้งานได้อย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าถ้าหากได้ลองทำแล้ว คุณจะได้พบกับประสบการณ์การใช้งานที่ดีและแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น ในสมาร์ทโฟนเครื่องเดิมของคุณอย่างแน่นอนครับ

วิธีที่ 1 เปลี่ยน Launcher ใหม่

ยังมีหลายคนที่ยังไม่ทราบว่า Launcher คืออะไร? สมาร์ทโฟน Android ทุกครั้งนั้น จะมีระบบปฏิบัติการที่เหมือนกัน นั่นก็คือ Android ดังนั้น วิธีที่จะทำให้สมาร์ทโฟนแบรนด์ของตัวเองแตกต่างและน่าใช้ไม่เหมือนใคร ก็คือการเขียนรอมหรืออาจจะแค่ Launcher ตัวใหม่ แล้วครอบทับระบบปฏิบัติการ Android อีกที ซึ่ง Launcher หรือรอมของแต่ละค่าย แต่ละรุ่นก็จะแตกต่าง และมีความสามารถ ลูกเล่นต่างๆที่แตกต่างกันออกไป

แต่ Launcher บางตัวก็มีลูกเล่นมากมายเกินไป ทำให้ตัวเครื่องที่มีสเปกไม่สูงมาก ยิ่งช้าขึ้นไปอีก ดังนั้น หากใครที่ใช้สมาร์ทโฟน Android และมีความรู้สึกว่าการปัดหน้าจอไปมาระหว่างเข้าแอพฯ และหน้าโฮม รวมไปถึงการปัดหน้าจอไปมาซ้ายขวา ถ้าหากว่ามันหน่วยๆ หรือกระตุก การเปลี่ยน Launcher ตัวใหม่ อาจช่วยได้ครับ

แล้วเราจะไปหา Launcher ใหม่ได้จากไหน? ง่ายๆเลยครับ เพียงเข้าไปที่ Play Store จากนั้นค้นหาคำว่า Launcher จะมีมาให้เราเลือกมากมายเลยครับ แต่สำหรับเครื่องที่แรงๆ การเปลี่ยน Launcher ที่สวยๆ ลูกเล่นเยอะๆอาจทำได้ แต่ถ้าเครื่องที่สเปกไม่สูงมาก ผมแนะนำเป็น Launcher ที่ไม่มีอะไรมาก เน้นใช้งาน และสะอาดตา อย่าง Google Launcher น่าจะเหมาะกว่าครับ

วิธีที่ 2 ปิดการใช้งาน หรือลบแอพฯที่เราไม่ได้ใช้

หลายคนชอบบ่นว่า เวลาที่ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ไปนานๆ แล้วเครื่องจะช้าลง นั่นเป็นเพราะว่าเราไปดาวน์โหลดแอพฯที่ทำงานเบื้องหลังไว้เยอะ จึงทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น สมาร์ทโฟนของคุณมีแรมขนาด 2GB หรือราวๆ 2000MB แล้วคุณดาวน์โหลดแอพฯที่มักจะทำงานอยู่ตลอด อย่าง Facbook,LINE หรือแอพฯที่ทำการสำรองข้อมูลของคุณอยู่ตลอดอย่าง Box,Dropbox เป็นต้น ซึ่งแอพฯพวกนี้ก็จะกินพื้นที่แรมในขณะทำงาน เช่น Facebook 250MB, LINE 200MB ซึ่งเมื่อลบออกจาก 2000MB แล้ว ก็อาจจะเหลือไม่มาก

ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะชอบกดเคลียร์แรม หรือปิดการทำงานแอพฯทั้งหมดอยู่บ่อยๆ แล้วเครื่องจะเร็วขึ้นมา แต่สักพัก แอพฯเหล่านั้น จะถูกเปิดใช้อัตโนมัติอีกครั้ง และเครื่องคุณก็จะค่อยๆช้าลงไปตามเดิม

ดังนั้น การลบแอพฯที่เราไม่ใช่ออกไปก่อนจึงเป็นเรื่องที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนของคุณเร็วขึ้นไป เช่น หากคุณมีโปรแกรมแชตฯ ประมาณ 6-7 ตัวที่คุณโหลดทิ้งเอาไว้ แต่ในความเป็นจริง คุณอาจจะเล่นแค่ 2-3 ตัว การลบแอพฯที่เหลือออกไป จึงเป็นเรื่องที่ดีกว่า อีกทั้งแอพฯที่ติดมากับเครื่องก็เช่นกัน หากคุณไม่ได้ใช่ และมันลบไม่ได้ การกดเข้าไปปิดการใช้งาน ก็ทำให้แอพฯนั้น ไม่แอบทำงานเบื้องหลังอีกต่อไปครับ

วิธีที่ 3 ติดตั้งแอพฯที่เหมาะกับเครื่องที่สเปกไม่สูง

ผู้พัฒนาแอพฯบริษัทดังๆหลายแห่ง เล็งเห็นว่าผู้ใช้ที่มักจะประสบปัญหาการใช้งานแอพฯของตนส่วนใหญ่นั้น คือกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่มีสเปกไม่สูงมาก ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ การปล่อยแอพฯอีกหนึ่งเวอร์ชั่นออกมา เป็นเวอร์ชั่นที่เหมาะกับสมาร์ทโฟนที่มีสเปกไม่สูงมาก มีการใช้งานหลักๆเหมือนกัน แต่ลูกเล่นที่พิเศษมากๆบางอย่าง หรือลูกเล่นที่ไม่จำเป็น อาจถูกตัดทิ้งออกไป

แอพฯประเภทนี้ สามารถค้นหาใน Play Store ได้ง่าย ด้วยการพิมพ์คำว่า “Lite” หรือพิมพ์ชื่อแอพฯที่คุณต้องการ แล้วตามด้วยคำนี้ก็ได้ หากมีปรากฎ ก็ลองดาวน์โหลดมาใช้งานดูได้ แอพฯพวกนี้จะไม่กินพื้นแรมและรอมมาก อีกทั้งยังลื่นไหล เพราะตัวแอพฯจะคลีนๆ ไม่มีลูกเล่นหรือระบบอะไรที่ซับซ้อน เช่น Facebook Lite,Messenger Lite,LINE Lite และ Twitter Lite เป็นต้น

วิธีที่ 4 หลีกเลี่ยงการใช้งานหลายๆแอพฯพร้อมกัน

ด้วยความที่สมาร์ทโฟนที่มีราคาไม่สูงนั้น หน่วยประมวลผลภายในก็อาจจะไม่แรงมาก ยิ่งหากเป็นรุ่นที่เน้นกล้อง หรือจุดประสงค์อื่นๆเป็นหลัก เรื่องสเปกอาจจะถูกลดไปอีก เพื่อให้ขายได้ในราคาที่สูง ดังนั้น สเปกเหล่านั้นก็อาจจะไม่เหมาะต่อการใช้งานหลายๆแอพนพร้อมกันก็เป็นได้

วิธีสังเกตง่ายๆว่าสมาร์ทโฟนของคุณน่าจะใช้งานแอพฯได้หลายตัวพร้อมกันหรือไม่ ให้ดูที่แรมเป็นหลัก ยิ่งแรมมาก ยิ่งเปิดได้หลายแอพฯ แต่ซีพียูก็ต้องไหวด้วย เช่น หากคุณเปิดเพลงฟัง และเล่นเกมที่มีการประมวลผลกราฟฟิคสูงๆตามไปด้วย เครื่องอาจจะมีกระตุก หรือหน่วยๆ ให้ลองปิดเพลง และเข้าเล่นเกมอีกครั้งอาจดีขึ้น

พยายามหลีกเลี่ยงการใช้แอพฯที่มีการแจ้งเตือนบ่อยๆ เพราะนั่นเป็นหนึ่งในอาการที่บ่งบอกว่าแอพฯนั้นกำลังทำงานเบื้องหลังอยู่ ยิ่งถ้ามีแจ้งเตือนที่มุมบนซ้าย โดยที่เราไม่ทราบว่ามันคืออะไรยิ่งอันตราย มันอาจทำงานเบื้องหลังอยู่แบบที่เราไม่รู้เลยก็เป็นได้ ทางที่ดีควรจะลบออกเป็นดีที่สุดครับ

วิธีที่ 5 ทำสมาร์ทโฟนให้ดูว่างเปล่าที่สุด

สมาร์ทโฟนที่มีสเปกหรือราคาไม่สูงมาก มักจะไม่ได้มาพร้อมหน่วยความจำเครื่องที่มีการอ่านเขียนที่ดี หลายคนอาจจะไม่ทราบ ว่าการอ่าน/เขียนข้อมูลบนหน่วยความจำนั้นสำคัญแค่ไหน เพราะมักจะโฟกัสแค่ว่า มันสามารถจุความจำได้มากเท่าไหร่ 16GB หรือ 32GB เป็นต้น นี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สมาร์ทโฟนช้าหรือเร็วเหมือนกันนะ!!

หากใครที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นแบบตั้งโต๊ะ หรือพกพา สมัยนี้ก็เริ่มมีการพูดถึงกันบ้างแล้ว ว่าจะใช้หน่วยความจำหรือฮาร์ดดิส แบบ HDD หรือ SSD ดี ในสมาร์ทโฟนก็เช่นกัน เดี๋ยวนี้ก็จะมีทั้งแบบ eMMc และ UFS สำหรับ UFS ก็มักจะใส่มาในสมาร์ทโฟนที่ราคาสูงๆ ดังนั้น รุ่นล่างๆ ก็จะเป็น eMMc นั่นเอง ซึ่งความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลก็ช้ากว่ากันหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

แต่ในเมื่อซื้อมาแล้ว เราก็คงจะไปเปลี่ยนรูปแบบหน่วยความจำแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไม่ได้ แต่วิธีที่จะช่วยให้สมาร์ทโฟนเร็วได้ นั่นก็พยายามเก็บแต่ข้อมูลที่จำเป็น หรือข้อมูลที่ต้องใช้ อย่างพวกรูปภาพ วิดิโอ หากย้ายไปขึ้น Cloud หรือเก็บไว้ PC แทน จากนั้นลบข้อมูลบนสมาร์ทโฟนทิ้ง ก็ช่วยได้ดี หรือพยายามเคลียร์ดาต้าของแอพฯ อย่าง Facebook และ LINE ที่มักจะโหลดไฟล์รูปภาพ หรือดาต้าบางอย่างเก็บไว้ แต่ไม่ได้ลบทิ้ง เป็นต้น

 วิธีที่ 6 ตั้งค่าจากโรงงานใหม่ทุกครั้งที่มีการอัพเดตเวอร์ชั่นระบบปฏิบัติการ

สิ่งที่เป็นปัญหามาโดยตลอดของสมาร์ทโฟน Android อย่างหนึ่ง ก็คือเมื่อมีการอัพเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่แล้ว มักจะไม่มีการเคลียร์ไฟล์ตกค้าง หรือไฟล์ไหนที่ใช้ไม่ได้แล้วกับเวอร์ชั่นใหม่ ก็จะไม่มีการลบออกให้แต่อย่างใด ซึ่งถึงแม้บางครั้ง ไฟล์เหล่านั้นอาจจะไม่ได้เป็นผลกระทบต่อการใช้งานส่วนใหญ่ แต่ก็อาจจะทำให้เครื่องหลอนบ้าง กับไฟล์ที่ไม่รู้จักแล้ว

วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เครื่องดูใหม่ และเข้ากับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ที่สุดก็เห็นจะเป็นการตั้งค่าจากโรงงานอีกครั้ง แต่ก่อนทำก็อย่างลืมทำการสำรองข้อมูลก่อนนะครับ เพราะการกดตั้งค่าใหม่จากโรงงานนั้น ข้อมูลทั้งหมดบนสมาร์ทโฟนจะหายไป การตั้งค่าในส่วนนี้ จะทำให้เครื่องกลับมาดูใหม่ ไม่มีข้อมูลหรือแอพฯใดๆที่เราเคยโหลดไว้ในเครื่องอยู่เลย พูดง่ายๆว่าก็เหมือนตอนที่เราซื้อมาใหม่ๆนั่นเอง แต่จะแตกต่างแค่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ ที่เราอัพเดตไปก่อนหน้านี้เท่านั้นเองครับ

Categories: How to
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *