เมื่อ Samsung Galaxy Note FE และ A8+ 2018 มีราคาเท่ากัน!?!

February 5, 2018 57 0 0


มาอยู่ในจุดที่เรียกว่า เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคเหลือเกิน ที่อยู่ๆ Samsung Galaxy FE หรือที่เรารู้จักในนามของ Samsung Galaxy Note 7 เครื่อง Refurbished ลดราคาลงมาเท่ากับสมาร์ทโฟนรุ่นกลางที่พึ่งวางจำหน่ายในบ้านเราอย่าง Samsung Galaxy A8+ 2018 ทำเอาหลายคนที่มีแพลนจะซื้อสมาร์ทโฟนในช่วงนี้ต้องคิดหนักว่าจะซื้อรุ่นอะไรดี วันนี้ DSP Zee Plus มีคำตอบมาให้กันครับ

Display

เรื่องแรกที่หลายๆคนน่าจะสนใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของหน้าจออย่างแน่นอน เพราะถึงแม้ทั้งสองจะใช้จอ Super AMOLED เหมือนกัน แต่ก็มีหลายๆอย่างที่ต่างกัน อยู่ที่ว่าคนจะชื่นชอบแบบไหน เริ่มที่ Samsung Galaxy Note FE ที่ก็ยังจัดว่าเป็นรุ่นท็อป จัดเต็มเรื่องหน้าจอแบบโค้งหรือ Curved Display ในชื่อ EDGE Screen อีกทั้งความละเอียดจอก็สูงถึงระดับ 2K 1440P คมชัดที่สุดในขณะนี้ เพราะตีบวกด้วยเทคโนโลยีภาพ HDR10 แต่อัตราส่วนหน้าจอนั้น ยังคงเป็นแบบ 16:9 ซึ่งเอาจริงๆผมยังไม่ถือว่าเป็นจุดอื่น เพราะสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้หน้าจออัตราส่วนนี้ มองในงี้ดีก็คือการใช้แอพฯต่างๆก็ยังคงคุณภาพอยู่ ไม่แสดงผลผิดเพี้ยนแต่อย่างใด

ส่วน Samsung Galaxy A8+ รุ่นใหม่นี้ ก็ชูจุดขายแรกมาที่จออัตราส่วนใหม่ 18.5:9 เลย จอที่กำลังเป็นกระแสนิยมบนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมจอขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว ใหญ่กว่า Note FE ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.7 นิ้ว ส่วนในเรื่องของการโค้งอะไรต่างๆอาจจะไม่มี แต่ก็ไม่ได้เรียบตรงซะทีเดียว เพราะใช้กระจกแบบ 2.5D ก็จะแอบมีโค้งๆช่วงมุมอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงน่าจะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนไม่ชอบใช้สมาร์ทโฟนจอโค้ง เพราะรำคาญในเรื่องของฟิล์ม สุดท้ายคือเรื่องของความละเอียดจอ ที่มาในระดับ Full HD+ อาจจะน้อยกว่า Note FE แต่ต้องขอบอกเลยว่า คมชัดเช่นกันครับ

ROM

ในส่วนนี้หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยสนใจ และมองข้ามไปซะส่วนใหญ่ เพราะด้วยความที่เป็น Samsung เหมือนกัน ข้างในก็น่าจะคล้ายๆกัน แต่ความเป็นจริงต้องบอกว่าค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควรอยู่ เริ่มที่ Samsung Galaxy Note FE ที่ก่อนวางจำหน่ายมีการอัพเกรด UI ให้เป็นแบบเดียวกับรุ่น Galaxy S8 และเพิ่มส่วนที่สำคัญที่เป็นจุดขายอย่างลูกเล่นเกี่ยวกับการขีดเขียนต่างๆลงไป แต่ Samsung Galaxy A8+ นั้น เป็นรอมชุดใหม่ที่คล้าย Galaxy Note 8 ซึ่งใหม่กว่า และอาจจะมีหน้าต่างบางอย่างที่แตกต่างออกไป อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว อาจจะยังมีความรู้สึกว่า ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรมาก “แต่” ถ้าคนที่ใช้ Samsung มานาน จะรู้ดีเลยว่า Samsung นั้น มักจะปล่อยอัพเดตเสมอ แต่สิ่งที่มักจะไม่อัพเดตเลยคือ UI วันแรกซื้อเครื่องมายังไง วันสุดท้ายก็มักจะเป็นแบบนั้นเสมอ

ไหนๆพูดเรื่องการอัพเกรดแล้ว ต้องขอบอกเลยว่า 2 สองรุ่นมีฐานะที่ค่อนข้างต่างกัน Samsung Galaxy Note FE นั้น ในปัจจุบันอาจไม่ใช่รุ่นที่ถูกยกให้เป็นเรือธง แต่ด้วยสเปกที่สูงเอาเรื่องอยู่ จึงคิดว่าน่าจะไปได้ไกลพอๆกับ Samsung Galaxy S7 EDGE หรือไกลกว่าเล็กน้อย แต่สำหรับ Samsung Galaxy A8+ รุ่นตลาดกลาง แต่สเปกที่ดี หากมองตระกูล A ในปีที่ผ่านๆมา ต้องบอกว่าก็พอมีอัพเกรดบ้าง แต่ก็อาจจะช้า ถึงช้ามากๆ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะรอได้รอไม่ได้นะครับ

Design

อีกหนึ่งส่วนที่น่าสนใจของทั้งสองรุ่นนี้ ที่ต้องบอกว่าอาจจะแข่งกันไม่ได้ แต่มันขึ้นอยู่ที่ว่า ใครชื่นชอบสไตล์ไหน หรือรูปร่างไหนมากกว่ากันเสียมากกว่า เริ่มที่ Samsung Galaxy Note FE ที่จริงๆแล้วก็ปรับเปลี่ยนดีไซน์มาจาก Samsung Galaxy S7 EDGE แต่จะเพิ่มความเหลี่ยมเข้าไปหน่อย ด้วยความที่เป็นรุ่นท็อป(ในอดีต) จึงมีความเบาเบาอยู่ในระดับที่ดีงาม ด้วยความบาง 7.9 มม. และหนัก 167 กรัมเท่านั้นครับ

มาดู Samsung Galaxy A8+ กันบ้าง ในเมื่อถูกเปิดตัวมาในปีใหม่ ดีไซน์ก็จะใหม่ตามไปด้วย หน้าตานั้นมองผ่านๆก็มีความคล้าย Samsung Galaxy S8 อยู่พอสมควร แต่ยังคงความหนาและหนักเอาไว้ตามสไตล์ Galaxy A ซีรีย์เขาละครับ แต่ถามว่ามีอะไรใหม่ไหม ก็มีนะครับ อย่างที่เราทราบว่าจอเป็นอัตราส่วนใหม่ ที่เอาปุ่มโฮมออก และย้ายการสแกนนิ้วไปไว้ด้านหลัง จุดนี้เป็นส่วนที่สื่อนอกค่อนข้างชื่นชมว่าทำได้ดีกว่ารุ่นเรือธงอย่าง S8 และ Note 8 ซะอีกในเรื่องของตำแหน่งการวาง

Performance

ส่วนที่จะทำให้ผู้ใช้ทุกคนตัดสินใจได้ง่ายที่สุด อาจจะอยู่ที่ส่วนนี้ นั่นก็คือในเรื่องของสเปกภายในตัวเครื่องนั่นเอง ซึ่งเอาจริงๆดูผ่านๆก็น่าจะพอรู้ว่าตัวไหนน่าจะแรงกว่ากัน? Samsung Galaxy Note FE นั้น มาพร้อมซีพียู Exynos 8890 เป็น Octa Core ที่เป็นชุดซีพียู Quad Core(4) 2 ชุด แรงกว่า เร็วกว่า ทำงานร่วมกับ Ram ขนาด 4GB ที่ผมต้องบอกเลยว่าเหลือใช้อยู่แล้ว ส่วน Samsung Galaxy A8+ นั้น มาพร้อมซีพียู 7885 เป็น Octa Core ที่แตกต่างออกไป เพราะเป็น Dual Core(2) กับ Hexa Core (6) ถึงจะไม่แรงเท่า แต่ Samsung เคลมว่า ซีพียูชุดนี้ค่อยข้างที่จะประหยัดพลังงาน แต่จุดเด่นของรุ่นนี้จริงๆอยู่ที่แรม ที่ให้มาสูงถึง 6GB เลยทีเดียว

เรื่องนึงที่ผู้ใช้อาจจะต้องทำความเข้าใจ นั่นก็คือ Samsung Galaxy Note FE นั้น เป็นเหมือนรุ่นท็อปที่ราคาลดลงมา จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นสเปกที่จัดเต็มกว่า ถึงแม้ว่าแรมจะน้อยกว่า แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแรมขนาด 4GB นั้น ยังคงเป็นขนาดมาตรฐานที่รุ่นเรือธงใช้กันอยู่  ดังนั้นหากใครต้องการสมาร์ทโฟนมาไว้สำหรับเล่นเกมเป็นหลักอาจจะต้องเทใจมาทางนี้มากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่า A8+ จะแย่ซะทีเดียว จริงๆแล้วก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน แต่แค่น้อยกว่าเท่านั้นเองครับ

Camera 

พลิกมาดูเรื่องกล้องกันบ้าง เริ่มที่กล้องหลังกันก่อนเลย Samsung Galaxy Note FE นั้น มาพร้อมกล้องที่ยังคงเป็นเทคโนโลยีใหม่ลองจาก Note 8 ที่เป็นกล้องคู่ตัวล่าสุด กับกล้อง Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านก็จริง แต่คุณภาพของภาพกลับทำได้ดีเทียบเท่า S8/S8+ กันเลยทีเดียว ส่วน Samsung Galaxy A8+ นั้น หากใครอ่านสเปกดีๆ อาจจะรู้สึกว่า “เห้ยย นี่มันกล้องหลังของ Samsung Galaxy S6 นี่นา” ซึ่งตัวผมเองก็มีความรู้สึกแบบนั้น ฮ่าๆ จริงๆต้องบอกว่ามันก็อัพเกรดมาพอสมควร ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และการถ่ายกลางคืนที่ดีขึ้น แต่ถ้าจะให้เทียบกับตัวท็อปยังไงก็ยังเป็นรองอยู่ครับ

ส่วนกล้องหน้าต้องบอกเลยว่า Samsung Galaxy A8+ นั้นมาค่อนข้างเหนือ เพราะนี่เป็นรุ่นแรกจาก Samsung ที่ใส่กล้องหน้ามาให้ถึง 2 ตัวกันเลยทีเดียว ด้วยความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่สุดซะทีเดียว เพราะการถ่ายในที่แสงน้อย Samsung Galaxy FE อาจจะทำได้ดีกว่า ถึงแม้ความละเอียดจะน้อยนิดเพียง 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น

Connecting and more

หัวข้อสุดท้ายขอมัดๆรวมหน่อยถึงข้อดีข้อเสียของทั้งสองรุ่นนี้กัน เริ่มต้นที่การเชื่อมต่อที่ดูๆแล้ว Samsung Galaxy Note FE อาจะดูเหนือกว่าในหลายๆด้าน แต่ข้อเสียก็คือบางเทคโนโลยีก็อาจจะดูเก่าไปหน่อย ตามแบบฉบับมือถือที่ออกมานานแล้ว เริ่มต้นที่การเชื่อมต่อ CAT12 ที่ความเร็ว 600/150 Mbps แต่ A8+ ใช้เก่ากว่าที่ CAT11 ความเร็ว 600/75 Mbps และการใช้ USB 3.1 แต่ A8+ ใช้เป็น USB 2.0 ยังดีที่ทั้งสองรุ่นใช้พอร์ตการเชื่อมต่อเป็น USB Type C ทั้งคู่ครับ

มาดูข้อดีของ Samsung Galaxy A8+ กันบ้าง เริ่มที่การเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ใหม่กว่าใช้เป็นเทคโนโลยีเวอร์ชั่น 5 ในขณะที่ Note FE เป็นรุ่น 4.2 ถาดซิมแบบแยกกันระหว่างช่องใส่ซิมและช่องใส่ Micro SD Card ต่างจาก Note FE ที่เป็นแบบ Hybrid ซึ่งหากจะใส่ Micro SD Card ก็จะใส่ได้แค่ 1 ซิม รวมไปถึงแบตฯที่มีความจะมากกว่า อยู่ที่ 3500 mAh ในขณะที่ Note FE ให้มาที่ 3200 mAh ครับ

ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่มีและไม่มี แน่นอนว่า Note FE เหนือกว่าเพราะมีทั้งเซนเซอร์ปลดล็อคตัวเครื่องด้วยระบบสแกนม่านตา Iris Scanner มีปากกา S Pen ที่เป็นจุดขาย และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ Heart Rate ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นสิ่งที่ Samsung Galaxy A8+ ไม่มีครับ

อ่านมาจนถึงตรงนี้ หลายท่านคงมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี แต่สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ ก็ขอสรุปให้ง่ายๆเลยก็แล้วกัน ว่าถ้าใครอยากได้สมาร์ทโฟนสเปกแรง กล้องสวย จอแจ่ม พร้อมปากกา ก็ต้องไปที่ Samsung Galaxy Note FE แต่ถ้าใครที่อยากได้จอยาวแบบใหม่ กล้องหน้าคู่ และการใช้งานที่อึดทนนานทั้งวัน  ก็ต้อง Samsung Galaxy A8+ ครับ ทั้งนี้ขอแถมอีกนิด ว่าหากใครที่ชอบติดฟิล์ม ซื้อเคสบ่อยๆ Note FE อาจไม่ตอบโจทย์เท่า A8+ อีกทั้งผมเชื่อว่าตอนนี้ราคาของ Note FE ยังไม่นิ่ง แต่เอาจริงๆราคา ณ ตอนนี้ ก็ถือว่าคุ้มสุดๆแล้วละครับ

Categories: IT Duel
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *