หาเรื่องไม่ซื้อ iPhone X (ยาวหน่อย อร่อยมาก!!)

September 13, 2017 65 0 0

ก็เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ iPhone X ซึ่งจะเรียกกันให้ถูกก็คือ “ไอโฟนเท็น” ตามแบบ OSX บน Mac ที่ก็เรียกกันว่า “โอเอสเท็น” เช่นกัน ซึ่งถือเป็นการมาของสมาร์ทโฟนที่จัดเต็มไม่เบาสำหรับ Apple มีอะไรใหม่ๆออกมามากมาย และดูเหมือนจะเป็นรุ่นที่ฆ่ารุ่นที่เปิดตัวพร้อมๆกันอย่าง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ด้วยเช่นกัน แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะได้อ่านคุณสมบัติและจุดเด่นต่างๆจากเว็ปฯอื่นๆมาพอสมควรแล้ว ก็คงจะอยากได้ไปตามๆกัน แต่ทางเว็ปฯ DSPZee ของเรา จะขอนำเสนอบทความพิเศษ ที่อาจจะทำให้คุณ หยุดที่จะอยากได้เจ้า iPhone X ไปเลยทีเดียว

เรื่องจอ ไม่ใช่เรื่องของการก็อปใคร!!

iPhone X นั้น เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจากค่าย Apple ที่เปลี่ยนมาใช้จอ OLED และตั้งชื่อให้มันว่า Super Retina HD อีกทั้งยังเป็นรุ่นแรกของค่ายที่มีความละเอียดจอสูงถึง 2436×1125 พิกเซล อีกทั้งยังเป็นจออัตราส่วนใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ที่ขนาด 18~:9 อีกด้วย อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะมองว่า iPhone X นั้นตามกระแส Samsung Galaxy S8/S8 Plus/Note 8 หรือ LG G6/V30 หรือเปล่า คือต้องบอกว่าไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ ทุกค่ายมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และ Apple ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ที่น่าแปลกใจคือ เพราะเหตุใด Apple ถึงได้ปล่อยให้สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของตน “ยังมีขอบจอที่หนา” ได้ขนาดนี้ ซึ่งก็อาจจะมีเหตุผลออกมาบ้างว่าเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เพื่อให้อุ้มมือไปโดนจอบ้างละ เป็นต้น

ดีไซน์ใหม่ ที่ทำผู้ใช้ระแวงมากขึ้น

การดีไซน์ย้อนกลับมาครั้งนี้ของ Apple ถือเป็นเรื่องไม่เลวร้ายเท่าไหร่ เพราะการกลับมาใช้กระจกเป็นฝาหลังเหมือนครั้ง iPhone 4s นั้น แฟนๆต่างกันพากันชอบมากขึ้นพอสมควร แต่กระจกในครั้งนี้ไม่ได้กิ๊กก๊อกเหมือนที่ผ่านมา เพราะ Apple เคลมว่ามันมีความทนทานสูง และกันรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี แต่ภายใต้ความสวยงามนี้ ผู้ใช้กลับต้องระแวงมากขึ้นว่าหากทำหล่นที จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แน่นอนว่าแต่ก่อนนั้น ทำหล่นทีก็ระแวงว่าหน้าจอจะแตกหรือไม่ แต่คราวนี้ กลับต้องมาระแวงทั้งหน้าทั้งหลังด้วยนี่สิ เห้ออ อีกทั้งขอบเครื่องที่เป็นสแตนเลสเงาวับนั้น หากเป็นรอยหรือหลุดลอกในอนาคต ความสวยงามนี้จะยังคงอยู่หรือไม่ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มตั้งแง่แล้วว่า แล้วทำไมไม่หาเคสใส่ ก็แหม ซื้อเครื่องแพงๆทั้งที ก็อยากอวดด้วยการไม่ใส่ หรือหาเคสใสๆบางๆมาใส่โชว์เครื่องบ้างอะไรบ้าง!!

มาช้าดีกว่าไม่มา

และในที่สุด iPhone ก็สามารถชาร์ตแบตฯด้วย Wireless Charger ได้แล้ว นั้นเป็นอานิสงส์มาจากฝาหลังใหม่นั่นเอง แน่นอนว่ามันไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่อะไรหรอก และออกจะดูว่ามาช้าไปด้วยซ้ำ ในปัจจุบันนี้วสมาร์ทโฟนที่รองรับการชาร์จไร้สายนี้ก็มีกันเยอะ แต่ถ้าถามเรื่องความนิยมนั้น เรียกว่าไม่ได้สูงมาก เพราะชีวิตคนเรานั้นนิยมชาร์จไฟไปด้วย และเล่นสมาร์ทโฟนไปด้วย แต่หากเราใช้ที่ชาร์จไร้สายนี้ การเล่นไปชาร์จไปจะทำได้ยากขึ้น ข้อดีเดียวของมันก็คือ การลดกระบวนการชาร์จด้วยการไม่ต้องนำสายชาร์จมาเสียบที่เครื่อง แต่แค่วางก็ชาร์จได้แล้ว!! และยิ่งความเร็วในการชาร์จยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ ช้ากว่าพอสมควร ไม่รู้ว่า Apple ลืมเทคโนโลยีชาร์จไวหรือยังไง อ่อ ปิดท้ายกันที่ Wireless Charger ของ Apple ที่สามารถชาร์จหลายๆอย่างพร้อมกันได้นั้น ในส่วนของราคา….

Apple ไม่เคยทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากขนาดนี้มาก่อน!!

เดิมทีเวลาที่มี iPhone รุ่นใหม่ออกมา มักจะมีฟีเจอร์เด็ดๆออกมาให้เราได้มีความรู้สึกว่าชีิวตง่ายขึ้นอยู่เสมอ เช่นเดียวกับระบบปลดล็อคด้วยนิ้วมือบนปุ่มโฮมของ iPhone ที่ผ่านๆมา มันง่ายมาก แค่เราเอานิ้วไปวาง จากหน้าล็อคสกรีน ก็จะเด้งไปที่หน้าเมนูเลยทันที แต่ iPhone X รุ่นล่าสุดนี้ นอกจากปุ่มโฮมจะหายไปแล้ว ก็ไร้ซึ่งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใดๆในตัวเครื่อง นั่นหมายถึง iPhone X ไม่สามารถที่จะสแกนลายนิ้วมือได้!! แต่ได้เปลี่ยนไปเป็นระบบ “สแกนใบหน้าด้วยระบบ AI “

นั่นแน่ แฟนแอนดรอยจะเตรียมจิกกัดว่าซ้ำกันกับของเดิมที่ Android มี อีกแล้วใช่มั้ย? คำตอบคือไม่ครับ เพราะการสแกนด้วยใบหน้าของ iPhone X นั้นฉลาดกว่าเยอะ เพราะไม่ว่าเราจะเงยหน้า หันข้าง ก็สามารถสแกนได้ และแน่นอนว่ารูปภาพ หรือแม้แต่หุ่นขี้ผึ่งที่เหมือนตัวเรามากที่สุด ก็ไม่สามารถสแกนได้(Apple บอกมาแบบนี้) แต่ความยากลำบากของมันก็คือ เมื่อสแกนแล้ว แทนที่มันจะเด้งมาที่หน้าเมนูเหมือนกับที่เราเคยสแกนนิ้วมือเลย เรากลับต้องมาสังเกตไอคอนปลดล็อค ว่ามันปลดล็อคด้วยใบหน้าสำเร็จหรือไม่ จากนั้นก็ต้องทำการสไลด์หน้าจอล็อคอีกที เพื่อเข้าหน้าเมนู!! โอ้ มาย ก็อต!@#$ ทำไมมันยุ่งยากจัง

มันมีอะไรบางอย่าง ที่ดูไม่เหมาะสมกันอยู่

จริงอยู่ว่านี่จะเป็น iPhone รุ่นแรกที่มาพร้อมจออัตราส่วนใหม่ และความละเอียดใหม่ ที่ดียิ่งขึ้น แต่ iOS ก็ยังเป็น iOS ที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนหน้าตาของ UI ให้ดูเหมาะกับอัตราส่วนใหม่นี้ แน่นอนว่าจริงๆแล้ว แฟนๆอาจจะชอบอะไรที่เหมือนเดิมจะได้ไม่ต้องมาเรียนรู้ใหม่ และงานนี้ก็เป็นงานเปิดตัว Device ซึ่งเราก็ต้องรอดูงานเปิดตัว Software ของทาง Apple อีกทีนึง ว่า iOS ตัวใหม่ จะมีอะไรที่ทำออกมาให้ดูเข้ากับ iPhone X มากขึ้นหรือไม่ แต่สิ่งที่น่าเป็นจริงในช่วงนี้คือ Application ต่างๆ ว่าจะปรับให้ใช้ทันเป็นส่วนใหญ่ได้ทันก่อนวันวางจำหน่ายหรือไม่ครับ

ราคาสุด Exclusive ตามชื่อ

มีข่าวแว่วมาเหมือนกันว่าจริงๆแล้ว คำว่า X ที่ต่อหลัง iPhone รุ่นนี้ มันย่อมาจาก Exclusive ที่เหมือนเป็นการเซอร์ไพร์แฟนๆ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone ซึ่งการเซอร์ไพร์ครั้งนี้ คือไม่มี iPhone 7s และ 7s Plus อีกทั้งหลังการเปิดตัว iPhone 8 และ 8 Plus แล้ว ยังมี iPhone X มาอีก ถึงแม้ว่ามันจะค่อนข้างว้าวในสายตาแฟนๆ iPhone แต่เมื่อเห็นราคาแล้วอาจจะต้องกรีดร้องแน่นอน เพราะราคานั้น แพงกว่า Macbook Air นิดหน่อย และราคาก็ห่างจาก iPhone 8/8 Plus ที่เปิดตัวมาพร้อมกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ยังมีใครสนใจจะซื้อเจ้า iPhone X ไปใช้กันสักหน่อยมั้ยละครับ เอาจริงๆจากมุมมองของผมแล้ว iPhone รุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นกล้องที่ถ่ายได้ดีขึ้น ลูกเล่นปรับแต่งภาพที่ฉลาดไม่เบา การดึงผู้ใช้เข้าสู้เทคโนโลยี AR มากขึ้น สุดท้าย ก็อยู่ที่คุณแล้วละครับ ว่าจะมองเจ้า iPhone X นี้ยังไง สวัสดีครับ…

Categories: Scoop
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *