Mini Review : LG G6 หลังใช้งานได้ 1 เดือนเต็ม

July 5, 2017 56 0 0


มาช้าไปรึป่าวไม่รู้ เพราะจริงๆได้เครื่องมาร่วม 1 เดือนแล้ว แต่ใช้เพลินไปหน่อย จนล่าสุด LG G6 Plus ออกมาแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนมาก ไหนๆมีเวลาว่างแล้วก็จับมารีวิวกันซะเลย กับ LG G6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดจาก LG จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เรามามินิ รีวิว ไปพร้อมๆกันเลยครับ
ต้องบอกก่อนเเลยนะครับว่า สำหรับตัวนี้ค่อนข้างน่าสนใจ ยิ่งตอนนี้ราคาในไทยลงมาแบบที่เรียกว่า เรือธงของฝั่งจีนยังต้องอาย เพราะด้วยสเปกที่จัดเต็ม กล้องก็สวย แถมยังมาพร้อมจอแบบอัตราส่วนใหม่ แบบ 18:9 เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยความเป็นอินเตอร์แบรนด์ การที่จะได้รับการอัพเกรดซอฟแวร์ต่างๆยังหายห่วงอีกด้วย มาดูสเปกคร่าวๆกันก่อนครับ

ขนาดจอ : 5.7 นิ้ว
ประเภทจอ : FullVision on IPS LCD
ความละเอียดจอ : Quad HD 2K
CPU : Qualcomm Snapdragon 821 64Bit Quad Core
GPU : Adreno 530
RAM : 4 GB DDR4
หน่วยความจำภายใน : 64GB
หน่วยความจำภายนอก : สามารถเพิ่มได้สูงสุด 256GB
กล้อง : หลังความละเอียด 13+13 ล้านพิกเซล หน้า 5 ล้านพิกเซล
การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 a/b/g/n/ac , Dual band , WiFi Direct , Bluetooth 4.2 , A2DP , EDR , 4G , NFC
แบตเตอรี่ : ขนาด 3300 mAh ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้
ระบบเสียง : HiFi 32Bit DAC

เรามาดูในส่วนของตัวเครื่องกันบ้างครับ


มาเริ่มกันที่ด้านหน้าเครื่องกันเลย จะเห็นได้ว่าหน้าจอนั้นกันพื้นที่เกือบทั้งหมดของตัวเครื่องส่วนหน้าแล้ว และหน้าจอก็ค่อนข้างยาว เนื่องจากเป็นหน้าจอที่มีอัตราส่วน 18:9 เครื่องแรกและเครื่องเดียวของโลกในขณะนี้ กับหน้าจอที่มีชื่อว่า FullVision ที่ได้ Dolby มาช่วยปรับแต่งภาพให้ดูสวยสดขึ้นด้วยครับ


ด้านล่างจะมีเพียงโลโก้ LG เท่านั้น เพราะรุ่นนี้ปุ่นทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มโฮม ปุ่มกลับ หรือปุ่มดูประวัติการใช้แอพฯ จะอยู่ในหน้าจอ หรือที่เรียกกันว่า Nav Bar นั่นเอง


ด้านบนหน้าจอก็จะมีลำโพงสำหรับฟังคู่สนทนาอยู่ตรงกลาง ถัดมาทางฝั่งซ้ายมือเป็นจุดดำๆสองจุดนั้นเป็นเซนเซอร์ และสุดท้ายเลยคือกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มุมมองกว้างถึง 100 องศาด้วยกัน


ด้านล่างของตัวเครื่องเลย ตรงกลางมีช่องสำหรับเสียบชาร์จแบตฯ หรือจะใช้สำหรับเชื่อมต่อกับ PC ซึ่งเป็นพอร์ตแบบ USB Type C ตัวใหม่ เสียบด้านไหนก็ใช้ได้ ฝั่งซ้ายเป็นรูไมค์ ส่วนฝั่งขวาเป็นลำโพงครับ


ด้านขวาของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งเมื่อเอาเข็มที่แถมมากับกล่องเสียบที่รู ถาดก็จะเด้งออกมา ตัวที่ผมได้มาเป็นรุ่น 2 ซิม แต่หากใส่ซิม 2 จะไม่สามารถใส่ Micro SD Card ได้ครับ


ด้านบนก็ดูจะโล่งๆไม่มีอะไร มีเพียงไมค์ตัดเสียงรบกวน และรูเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ครับ


ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มสำหรับเพิ่มลดเสียง ปุ่มกดค่อนข้างง่าย และดูแน่นดีครับ


พลิกมาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้ไม่สามารถถอดฝาหลังเองได้แล้ว สำหรับด้านหลังนั้นถ้าเป็นสีขาวและดำนั้นจะดูไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าเป็นสีเงินหรือ Ice Platinium ฝาหลังจะมีลายคล้ายโลหะ สวยเงางามมากเลยทีเดียว


ด้านล่างมีโลโก้ G6 เห็นชัดเจน ส่วนสติกเกอร์ที่เป็นบาร์โค๊ดเราสามารถดึงออกไปแปะที่กล่องได้


มาถึงจุดขายของรุ่นนี้กันบ้าง นั่นก็คือกล้องคู่ ที่ไม่เหมือนสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ โดยจะเป็นกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลทั้งคู่ ที่บอกว่าไม่เหมือนใครก็เพราะว่ากล้องคู่นี้มี 1 ตัวที่ทำหน้าที่เป็นกล้องเลนส์ไวด์ ที่กว้างถึง 125 องศา ซึ่งปกติแล้วสายตาเราจะมองได้กว้างแค่ 120 องศา แน่นอนว่าหากเทียบความกว้างกับกล้องในปัจจุบัน ก็เกือบจะเท่าๆกับกล้อง GoPro เลยทีเดียวละครับ โดยตรงกลางของกล้องสองตัวก็จะเป็นไฟแฟลชแบบคู่ ลงมาด้านล่างเป็นเซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ ที่สามารถกดลงไปได้ หากเรากดค้างจะเป็นปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง แต่ถ้ากดไม่ค้างจะเป็นปุ่มปลดล็อคครับ


กลับมาที่เรื่องจอกันบ้าง LG G6 นั้น มาพร้อมจอ IPS LCD รุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Full Vision ที่มีอัตราส่วนขนาด 18:9 ในขณะที่มือถือรุ่นอื่นๆมีอัตราส่วนอยู่ที่ 16:9 อีกทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี Dolby Vision เป็นเทคโนโลยีจะปรับภาพให้ดูสวย คม และมีสีสันที่สดใสมากยิ่งขึ้น


ถึงแม้ว่าจอจะมีขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้ว แต่ตัวเครื่องกลับมีขนาดเล็กพอดีมือมากๆ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะ LG G6 รุ่นนี้จอจะออกไปทางยาวมากกว่ากว้าง และขอบจอก็น้อยมากๆ จึงมีขนาดไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนที่มีจอขนาด 5.2~5.5 นิ้วเลย อ่อ เกือบลืมไปเลย รุ่นนี้ยังรองรับการกันน้ำกันฝุ่น และมาพร้อม Android เวอร์ชั่น 7.0 ด้วยครับ


มาชมภาพจากตัวกล้องของ LG G6 กันบ้าง ซึ่งลูกเล่นของกล้องนี้ต้องบอกว่ามีเยอะมากๆ แต่ที่น่าสนใจก็คงจะไม่พ้นการถ่ายแบบไวด์ จะกว้างสะใจแค่ไหน มาดูกันครับ










แล้วลองนำภาพถ่ายปกติมาเทียบกับภาพถ่ายแบบไวด์กันดูบ้าง ว่าจะกว้างขึ้นขนาดไหนครับ





จะเห็นได้มันกว้างออกไปเหมือนกับเราเดินถอยหลังมาถ่ายยังไงยังงั้นเลยทีเดียว ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์มากในกรณีที่เราอาจจะต้องไปถ่ายรูปหมู่ แต่เราไม่สามารถถอยหลังออกไปได้มาก หรืออยากจะถ่ายวิวให้เห็นเต็มๆตาก็สามารถทำได้เช่นกัน


มาดูที่กล้องหน้ากันบ้าง ในส่วนของกล้องหน้าก็มีโหมดให้เลือกเยอะมาก เรียงตามรูปเลย โหมดเครื่องสำอาง โหมดบิวตี้ โหมดสดใส ส่วนรูปสุดท้ายปิดทุกอย่าง และถ่ายในที่แสงน้อยด้วย จะเห็นว่าจะแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเลย


ทีนี้ลองมาดูกันบ้าง ถ้าเปิดโหมดไวด์ให้กว้างขึ้นก็จะเป็นเหมือนรูปที่สอง แต่ผมขอบอกนิดนึงว่าจริงๆมันจะกว้างมาก หากเราถ่ายในแนวนอน ส่วนรูปสุดท้ายก็คือเป็นการเปิดแฟลช โดนหน้าจอจะเป็นสีชมพู ซึ่งถ้าใช้ในที่แสงน้อยแล้ว จะเห็นเลยว่าหน้าสว่าขึ้น แต่ไหงหน้าผมมันถึงแดงๆแบบนี้ละ ฮ่าๆ


ระบบเสียง HiFi 32bit DAC นี่จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเสียบหูฟัง ซึ่งจากที่ผมลองฟังด้วยหูฟังแบบอินเอีย UrBeats รุ่น iPhone Edition(เก่าแล้ว) ก็ให้เสียงที่ใส และเคลียร์ดี ถึงเบสจะไม่หนักมาก แต่ก็ให้อารมณ์ที่สนุก ไม่ปวดหัว แต่พอเสียบหูฟังครอบหัวของ Sony รุ่น MDRZX310APB กลับมีเสียงกว้าง เบสเกือบหายไปทั้งหมด แต่ยังคงความเสียงใส และได้ยินเสียงดนตรีครบ อันนี้จริงๆก็ขึ้นอยู่กับหูผู้ฟังด้วยนะครับ แล้วแต่คนชอบเลยจริงๆ


โดนรวมถือว่าค่อนข้างประทับใจเลยทีเดียว สำหรับ LG G6 รุ่นนี้ ยิ่งตอนนี้ราคาก็ลงมาค่อนข้างเยอะเลย  เรียกได้ว่าคุ้มเกินคุ้ม หากใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็สามารถไปเลือกซื้อกันได้ที่ MBK ในราคาไม่ถึง 15K แล้ว สวัสดีครับ

Categories: Review
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *