ASUS Zenfone 2 ความสำเร็จที่ต้องมีภาคต่อ

January 15, 2016 47 0 0


          ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนสเปกเทพแต่ราคาประหยัดสุดๆก็คงต้องนึกถึงสมาร์ทโฟนจากค่าย ASUS กับตระกูล Zenfone หลังจากที่มียอดขายถล่มถลายไปแล้วกับรุ่นแรกที่เปิดตัวมา 3 รุ่นด้วยกันได้แก่ Asus Zenfone 4 , Zenfone 5 และ Zenfone 6 จนล่าสุด ASUS ก็ได้ฤกษ์ดี เปิดตัวรุ่นใหม่กับ ASUS Zenfone 2 จะเป็นสมาร์ทโฟนสเปกเทพราคาประหยัดอีกหรือไม่ เรามาดูไปพร้อมๆกันเลยครับ

2

          เรามาเริ่มกันที่หน้าจอกันก่อนเลยครับ สำหรับ ASUS Zenfone 2 นั้นมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดแบบ Full HD(อีกรุ่นจะมีความละเอียดหน้าจอระดับ HD) อีกทั้งยังใช้หน้าจอที่แสดงผลได้สวยสดงดงามและกำลังเป็นที่นิยมบนสมาร์ทโฟนนั่นก็คือจอ IPS LCD โดยตัวหน้าจอนั้นกินพื้นที่ด้านหน้าไปถึง 72% แน่นอนว่าขอบจอนั้นก็บางเพียงแค่ 3.9 มม.เท่านั้น แถมยังมีมุมมองกว้างถึง 178 องศา เท่านั้นยังไม่พอ เพราะหน้าจอยังติดกระจกกันรอยกันกระแทกสุดแข็งแรงอย่าง Corning Gorilla Glass 3 มาอีกด้วยครับ

3

          ในด้านสเปกภายใน ASUS Zenfone 2 มาพร้อม CPU จากค่าย Intel รุ่น Atom Z3580 หรือ Z3560 ซึ่งเป็น CPU ระดับ Quad Core ความเร็ว 2.3 GHz(ในรุ่น Z3580) และ 1.8 GHz(ในรุ่น Z3560) ใช้ GPU หรือหน่วยประมวลผลกราฟฟิค PowerVR G6430 ลื่นไหลสุดๆด้วยแรมขนาด 2 – 4 GB หน่วยความคำจำภายในก็มีให้เลือก 3 ขนาดด้วยกัน คือ 16 GB , 32 GB และ 64 GB อีกทั้งยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำด้วย Micro SDCard ได้สูงสุดถึง 64 GB อีกด้วยครับ

4

          มาดูในส่วนของกล้องกันบ้างครับ ASUS Zenfone 2 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับไฟแฟลช LED แบบคู่ แน่นอนว่าต้องเป็นแบบ Rear Tone ไฟแฟลช 2 สี ถ้าใครที่ใช้ ASUS Zenfone รุ่นก่อนก็น่าจะรู้จักระบบถ่ายภาพแบบเฉพาะของ ASUS นะครับ นั่นก็คือโหมดภาพ Master Pixel นั่นเอง โดยเลนซ์กล้องชุดนี้มีความกว้างของรูรับแสงถึง f/2.0 กันเลยทีเดียว ในส่วนของกล้องหน้าก็ไม่เบาครับ เพราะมีกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ขาเซลฟี่น่าจะชอบนะครับ เพราะมันมาพร้อมกับโหมดความงาม หรือภาษาทางการก็คือ Beauty Mod นั่นเอง เลือกปรับให้สวยหล่อกันได้เต็มที่เลยทีเดียวครับ

5

          ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนหน้าใหม่ แน่นอนว่าเจ้า ASUS Zenfone 2 ตัวนี้ต้องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยเวอร์ชันล่าสุดอย่าง Android 5.0 Lollipop ครอบด้วย ZenUI ตัวใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ลื่นขึ้น ที่สำคัญยังสามารถปรับแต่งความสวยงามของหน้าจอได้ด้วยการเปลี่ยนธีมและแบบอักษรครับ ในส่วนของความโดดเด่นอื่นๆก็เช่น รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยการเคาะๆที่หน้าจอ หรือจะเลือกเป็นการเขย่าก็ปลดล็อคได้เช่นกัน รองรับการใช้งาน 4G LTE สามารถชาร์ตแบตได้ด้วยความเร็ว 39 นาที ได้แบต 60% แต่จะต้องเป็นที่ชาร์ตแบบเฉพาะเท่านั้น รองรับการสั่งงานด้านการเขียนรูปต่างๆบนหน้าจอ(คล้ายๆของ OPPO) รองรับการใช้ 2 Sims เหมือนเดิม และมีแบตมาให้ถึง 3000 mAh เลยทีเดียว เห็นว่าไม่สามารถถอดฝาหลังออกได้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็หมดสิทธิ์เปลี่ยนเองอย่างแน่นอน

6

           ด้านการดีไซน์นั้นเราจะเห็นได้ว่า ASUS Zenfone 2 ตัวใหม่นี้แตกต่างไปจากตัวเดิมอย่างสิ้นเชิง ดูสวยขึ้น เรียบหรูขึ้น เริ่มที่ปุ่มต่างๆอย่างปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง ก็เอามาไว้ด้านหลังถัดขึ้นมาด้านบนก็จะเป็นกล้อง เหนือกล้องก็คือไฟแฟลช ส่วนปุ่มล็อคสกรีนก็ถูกย้ายขึ้นไปไว้ด้านบนเครื่องตรงกลางเลย และถ้าเพื่อนๆสังเกตุดีๆในส่วนของฝาหลัง มีการเปลี่ยนไปใช้ฝาหลังแบบพลาสติกที่พิมพ์ลาย Hair Line ลงไป ให้ดูเหมือนกับเป็นวัสดุโลหะ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ ด้านล่างสุดเป็นลำโพง ถัดขึ้นมาเป็นโลโก้คำว่า Zenfone และโลโก้ Intel Inside เหนือขึ้นไปอีกก่อนถึงปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงก็คือโลโก้ ASUS ครับ

7

          พลิกมาด้านหน้าก็อย่างที่บอกไปครับ ว่าด้วยหน้าขนาด 5.5 นิ้วก็กินเนื้อที่ด้านหน้าไปถึง 72% และมีขอบที่บาง 3.9 มม. บนหน้าจอเป็นโลโก ASUS สีเงิน เหนือโลโก้เป็นลำโพงใช้สำหรับสนทนา ด้านขวามือเป็นจุดรวมเซนเซอร์ต่างๆ เพราะไฟแจ้งเตือนเป็นวงกลมขนาดเล็กๆเอาไว้แจ้งเตือนเวลามีข้อความเข้าครับ ด้านล่างหน้าจอเป็นปุ่มแบบทัชประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ ปุ่มโฮม และปุ่มเรียกดูแอพฯที่กำลังทำงานอยู่ แน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ 2 แล้วก็ยังไม่มีไฟเวลากดอยู่ดีครับ สำหรับใครที่ชื่นชอบสมาร์ทโฟนสเปกเทพแต่ราคาที่แอบได้ยินมาว่าอาจจะเข้าไทยมาด้วยราคาที่ต่ำกว่าหมื่นแน่นอน ก็ขอให้อดใจเรากันหน่อยนะครับ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

Categories: Preview
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *