Mini Review : LG G Flex 2 ภาคต่อความโค้งที่น่าหลงไหล

August 15, 2015 53 0 0


           กลับมาอีกครั้งกับการรีวิว วันนี้ควงเอาสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์กับ LG G Flex 2 ภาคต่อของความโค้ง จากเดิมที่มีคนค่อนข้างสนใจ มารุ่นนี้ก็ยังคงมีคนสนใจอยู่เช่นเคย จะไม่ให้น่าสนใจก็ได้ไง ทั้งรูปร่างและสเปกเรียกได้ว่าจัดเต็มมาก ผมเลยไม่พลาดที่จะนำมารีวิวให้เพื่อนได้ดูกันอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็อย่ารอช้า มาเริ่มแกะกล่องกันเลยดีกว่าครับ

2

เมื่อได้มาแล้ว กล่องรู้สึกว่าแอบใหญ่ไปนิดหน่อย สีแดงเพลิงตัดกับเส้นสีดำทั้งกล่อง ดูแล้วก็ดูสวยงามไม่น้อย  ตัวกล่องเป็นแบบฝาครอบ แน่นอนว่าการที่จะเปิดกล่องก็ต้องยกฝากล่องขึ้นครับ

3

พลิกมาด้านหลังก็จะมีรายละเอียดตัวเครื่องคร่าวๆให้เราได้อ่านเล่น ไม่ว่าจะเป็นการบอกชนิดจอ ความละเอียดกล้อง การชาร์ตเร็วเป็นต้น

4

เปิดกล้องมาก็จะเห็น LG G Flex 2 นอนแน่นิ่งอยู่ในกล่อง แต่ก่อนที่จะไปดูตัวเครื่อง เรามาดูกันก่อนว่าในกล่องมีอุปกรณ์อะไรแถมให้บ้าง

5

อุปกรณ์ต่างๆที่แถมมากับเครื่องจะซ่อนอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง เราต้องยกตัวเครื่องขึ้น และเป็นกระดาษที่รองตัวเครื่องออก ก็จะเห็นกับอุปกรณ์เรียงตัวกันอยู่อย่างสวยงามมีระเบียบมากมาย

6

สิ่งแรกที่ต้องแถมมา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ รวมถึงผมด้วย ก็คือคู่มือการใช้งาน 3 ภาษา แน่นอนว่าไม่มีภาษาไทยครับ

7

8

หูฟังที่แถมมากับ LG G Flex 2 รุ่นนี้ก็คือหูฟัง QuadBeat 2 เป็นหูฟังระดับ Premium สีดำตัดเงินสวยงาม มาพร้อมจุกเอาไว้เปลี่ยนให้พอดีกับหูของผู้สวมใส

9

10

ในส่วนของที่ชาร์จนั้นมีอยู่ด้วยกันสองตัวด้วยกัน คือ Home Charger และ Travel Charger นี่ยังไม่รวม Wireless Charger นะครับ โดยตัวที่ผมได้มานี้เป็นตัว Travel Charger รูปร่างเป็นวงกลม แตกต่างจากตัว Home ตรงที่มันเป็น Fast Cherger พร้อมสาย USB เอาไว้เชื่อมต่อเวลาชาร์จ หรือจะใช้ถ่ายโอนข้อมูลผ่าน PC ก็ใช้สายนี้เช่นเดียวกัน

11

มาดูตัวเครื่องกันบ้าง หน้าตาของ LG G Flex 2 นั้น ออกจะหลุดจาก LG G3 ไปเหมือนทาง LG G4 เสียมากกว่า(จริงๆ LG G Flex 2 ออกมาก่อน LG G4 นะ) โดยด้านหน้านั้นจะเป็นสีดำล้วน ด้านล่างไม่มีการตัดสีใดๆ แต่จะเป็นเป็นเงาๆแทน ดูแล้วสวยไปอีกแบบครับ

12

ด้านล่างมีโลโก้ LG ส่วนปุ่มการใช้งานต่างๆแน่นอนว่าถูกย้ายไปอยู่ที่ด้านในหน้าจอแล้ว ด้านล่างก็เลยดูไม่มีอะไรครับ

13

ส่วนด้านบนก็จะมีลำโพงใช้สำหรับฟังคู่สนทนา ถัดมาทางด้านซ้ายเป็นจุดรวมเซนเซอร์ต่างๆ และเป็นกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิเซล และที่เห็นสีฟ้าๆคือไฟแจ้งเตือนมีหลายสีเลยทีเดียว

14

กลับมาที่ด้านล่างอีกครั้ง จะมีช่องที่ใช้ในการชาร์ตและเชื่อมต่อข้อมูลอยู่ตรงกลาง ถัดมาทางด้านซ้ายจะมีรูไมค์ที่เอาไว้ใช้สนทนา ก่อนจะเป็นรูหูฟังขนาด 3.5 มม.

15

ด้านข้างฝั่งขวาดูโล่ง ไม่มีอะไรเลย แต่จริงๆแล้วก็มีจุดสังเกตุอยู่นะครับ

16

นั่นก็คือช่องสำหรับให้เรางัดฝาหลังออกมานั่นเอง

17

ด้านบนก็เช่นเดียวกัน ดูโล่งๆ แต่ก็จะมีรูไมค์ตัวที่สอง เอาไว้ใช้ในการตัดเสียงรบกวน และอินฟาเรท เอาไว้ใช้ควบคุมเครื่องไฟฟ้าในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทีวี แอร์ กล่องทีวี เป็นต้นครับ

18

ฝั่งซ้ายก็ไม่แตกต่างจากฝั่งขวา ดูโล่งไม่มีอะไรเลย

19

ขอพูดเกี่ยวกับเรื่องขอบนิดหน่อยนะครับ คือตัว LG G Flex 2 เนี่ย จะเห็นว่าขอบจะมีการเล่นสีอยู่ ถึงตัวเครื่องจะเป็นสีแดง แต่ก็จะเหลือบสีเงินอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นโลหะรึป่าว แต่เวลาอยู่ในห้องแอร์ผมก็ไม่รู้สึกเย็นอะไร แสดงว่าน่าจะเป็นพลาสติกเคลือบเสียมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เวลามันโดนแสง มันจะดูสวยมากเลยทีเดียวครับ

20

มาดูด้านหลังกันบ้าง LG G Flex 2 นั้นก็มีลักษณะคล้ายๆกับ LG รุ่นอื่นๆตรงที่มีปุ่มๆต่างๆอยู่ที่ด้านหลัง โดย LG เรียกมันว่า Rear Key นั่นเอง

21

ด้านล่างไม่มีอะไรเลย นอกจากลำโพง เสียงดังใช้ได้เลยครับ

22

ด้านบเหนือโลโก้ LG ก็จะเป็นปุ่มลดเสียงและเพิ่มเสียง คั่นกลางด้วยปุ่มปลดล็อคหน้าจอ ถ้ากดค้างก็จะกลายเป็นปุ่มปิดเปิดเครื่อง ถัดขึ้นมาอีกเป็นกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ด้านซ้ายของกล้องเป็นเลเซอร์ที่ใช้ในการจับโฟกัสวัสดุที่เราจะถ่าย ส่วนด้านขวาเป็นไฟแฟลชคู่แบบสองสีหรือทูโทนนั่นเอง

23

LG G Flex 2 นั้น ถามว่าโค้งมากมั้ย ตอนผมเห็นเครื่องครั้งแรกก็ยอมรับนะว่าตอนนั้นคิดว่ามันโค้งมาก แต่พอเร็วไปนานๆ มันก็รู้สึกไม่โค้งอะไรมากมาย ดูจากรูปนี้แล้วคิดว่ายังไงละครับ มันโค้งมากหรือโค้งน้อย?

24

แกะดูฝาหลังกันดูบ้าง ถึงแม้ว่า LG G Flex 2 จะสามารถถอดฝาหลังออกมาได้ แต่ไม่สามารถถอดแบตฯออกมาได้ เพราะแบตฯที่ใช้น่าจะเป็นแบตฯแบบพิเศษ

25

ด้านล่างจะเห็นว่ามีตะแกงสีเงินอยู่นั่นเคยลำโพงครับ

26

และด้านบนฝั่งขวาก็เป็นจุดใส่ซิม(ด้านล่าง) และ Micro SDCard (ด้านบน) ซิมที่ใช้เป็นแบบ Micro Sim แต่ด้วยความขี้เกียจของผม ก็เลยลองยัด Nano Sim เข้าไปก็สามารถใช้งานได้ และก็สามารถเอาออกได้ไม่ยากครับ

27

ฝาหลังของ LG G Flex 2 ค่อนข้างยืดหยุ่น บิดงอได้ ด้านซ้ายของฝาสกรีนชัดเจนว่าผลิตในประเทศเกาหลีครับ

28

ดูตัวเครื่องกันไปแล้ว เรามาดูสเปกของเจ้า LG G Flex 2 กันบ้างครับ ว่าจะแรงเร็ว โฉดเฉี่ยวเหมือนดีไซน์หรือไม่

ขนาดจอ : 5.5 นิ้ว
ประเภทจอ : P-OLED
ความละเอียดจอ : FHD 1920*1080 พิกเซล 403PPi
CPU : Qualcomm Snapdragon 810 Octa Core (Quad Core 1.5GHz และ Quad Core 2.0GHz)
GPU : Andreno 430
RAM : 2 GB DDR4
หน่วยความจำภายใน : 32 GB
หน่วยความจำภายนอก : สามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB
กล้อง : หลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล หน้า 2 ล้านอัลต้าพิกเซล
การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 a/b/g/n/ac , Dual band , WiFi Direct , Bluetooth 4.1 , A2DP , EDR , 4G , NFC
แบตเตอรี่ : ขนาด 3000 mAh ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้

29

30

ถึงหน้าจอจะมีขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว แต่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่มาก จับสะดวก ยิ่งตัวเครื่องที่โค้งรับกับมือด้วยแล้ว เวลาสัมผัสจึงให้ความรู้สึกดีเลยทีเดียวครับ

31

ในส่วนของความโค้งนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าผมใช้จนชินแล้ว ก็เลยไม่มีความรู้สึกว่ามันงอมากมายอะไร แต่ไม่ว่าจะถือไปไหน คนก็มักจะถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทำไมมือถืองอ” แล้วก็ขอเล่นกันใหญ่เลยทีเดียว

32

สำหรับ LG G Flex 2 นั้นมาพร้อม Android 5.1.1 เลย ถึงแม้ว่า Ram จะแค่ 2GB แต่เมื่อใช้งานจริงๆแล้วถือว่าลื่นไหลมากๆ ลื่นกว่า LG G3 เยอะเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะจอแค่ Full HD ด้วยรึป่าวนะ

33

สำหรับใครที่อยากได้ LG G Flex 2 ต้องขอบอกเลยว่าไม่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา แต่จะมีวางจำหน่ายตามร้านที่หิ้วมาขาย ในส่วนของราคานั้น ไม่ถึง 2 หมื่นบาทแน่นอนครับ มือหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 15000-16000 บาท ก่อนซื้อก็อย่าลืมเช็คเครื่องให้ดี และถามการรับประกันจากทางร้านด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ต้องตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ 

Categories: Review
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *