9 ความแตกต่างระหว่าง HTC ONE M8 กับ M9 ที่คุณต้องรู้

July 9, 2015 53 0 0


ในที่สุดสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของปีนี้ของ HTC อย่าง HTC ONE M9 และ HTC ONE M9+ ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการและได้วางจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย ซึ่งเหล่าสาวก HTC เองก็คงจะสงสัยไม่น้อยว่าจะมีเหตุผลดีๆอะไรที่จะต้องเปลี่ยน HTC ONE M8 สมาร์ทโฟนเรือธงของปีที่แล้วมาใช้ HTC ONE M9+ รุ่นเรือธงของปีนี้ ทั้งๆที่ดูๆแล้วก็ไม่ค่อยจะมีความแตกต่างกันซะเท่าไหร่ วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาดู 9 ความแตกต่างระหว่าง HTC ONE M8 และ M9+ ว่าจะแตกต่างกันแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้ว เราก็มาชมไปพร้อมๆกันเลยครับ

2

1.หน้าจอที่พัฒนามากยิ่งขึ้น

          HTC ONE M9+ นั้น มาพร้อมหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิม 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD เป็น 5.2 นิ้ว และเพิ่มความละเอียดเป็น 1440 * 2560 หรือที่เราเรียกกันว่าความละเอียดระดับ WQHD(2K) มาพร้อมจอ Super LCD3 ให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติไม่สดหรือฉูดฉาดจนผิดเพี้ยน นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงานมากๆ สำหรับกระจกหน้าจอ HTC ONE M9+ มาพร้อม Cornning Gorilla Glass 4 ให้ความแข็งแรงทนทานกว่าที่เคยเป็นมา

3

2.กล้องหน้าระดับ Ultrapixel

หลังจากที่เราเคยประทับใจในกล้อง Ultrapixel ในกล้องหลังของ HTC ONE M8 ตอนนี้ กล้องหหลังตัวนั้น ได้มาอยู่ที่ด้านหน้าของ HTC ONE M9+ เครื่องนี้แล้วเรียบร้อย อย่างที่เรารู้กันว่าความพิเศษของเจ้ากล้องตัวนี้ก็คือสามารถถ่ายได้ดีในที่แสงน้อย ยิ่งตอนกลางวันก็ยิ่งจะทำให้เราดูขาวตามไปด้วย แน่นอนว่าเห็นเลนซ์กล้องใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะว่ามุมมองของกล้องตัวนี้กว้างเอามากๆ ทำให้เวลาที่ไปเที่ยวกันเป็นกลุ่ม ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพเพื่อนๆได้ครบทุกคน ถือว่าพัฒนาจาก HTC ONE M8 มากๆ

4

3.กล้องหลังตัวใหม่ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

          หลังจากที่มีการบ่นกันเรื่องความละเอียดภาพขนาด 4 ล้านบน HTC ONE M8 มาค่อนข้างเยอะ ทำให้ใน HTC ONE M9+ รุ่นนี้ เปลี่ยนกล้องใหม่หมดจด เริ่มที่กล้องตัวหลักขนาด 20.7 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ภาพของ Toshiba และกล้องอีกตัวหรือที่เราเรียกกันว่า Duo Camera ขนาด 2.1 ล้านพิกเซล กล้องตัวใหม่นี้มาพร้อมเทคโนโลยี uFocus และ HTC Eye มาด้วยเลย ยิ่งจะทำให้ภาพสวยมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าการถ่ายภาพจะสนุกมากขึ้นด้วย UI กล้องแบบใหม่ และลูกเล่นที่จะมาในเครื่องอีกมากมาย เห็นเลนซ์กล้องนูนออกมาแบบนี้หลายๆคนอาจจะกลัวว่าจะทำให้เป็นรอยง่ายหรือเปล่า ตอบเลยว่าไม่ง่ายแน่นอน เพราะกระจกเลนซ์ที่ใช้ใน HTC ONE M9+ ตัวนี้ก็คือแซฟไฟร์นั่นเอง (แซฟไฟร์คืออะไร คลิก) สุดท้ายก็คือไฟแฟลชแบบคู่ทูโทน ยิงแฟลชสองสีคือสีส้มและสีเหลืองครับ

5

4.ระบบสแกนลายนิ้วมือ

เป็นหนึ่งในความสามารถพิเศษที่ HTC ONE M8 ไม่มีก็ว่าได้ นั่นก็คือระบบสแกนลายนิ้วมือ หลังจากที่เคยมีใน HTC ONE Maxx แล้วก็หายไปเลย มันได้กลับมาอีกครั้งใน HTC ONE M9+ เครื่องนี้ โดยเปลี่ยนมาอยู่ที่ด้านหน้า ตรงกลางลำโพงคู่ Boomsound เลย หลายคนอาจจะมองว่ามันแอบคล้ายปุ่มโฮมบนสมาร์ทโฟน Samsung จัง จริงๆแล้วจะเรียกว่าเป็นปุ่มก็คงจะไม่ได้ เพราะแท้ที่จริงแล้วมันไม่สามารถกดได้ อนึ่งมันสามารถที่จะแสกนลายนิ้วมือ แต่ถ้าจะใช้เป็นปุ่มโฮมจริงๆก็สามารถทำได้ แค่แตะเท่านั้น ไม่ต้องออกแรงกดแต่อย่างใด อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลายๆคนไม่ชอบก็คือ ถ้ามันเป็นปุ่มโฮมจริง ทำไมต้องทำมาให้มันซ้อนกันกับ Navbar ด้วย เพราะที่หน้าจอก็มีปุ่มโฮมเหมือนกัน ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ HTC สามารถที่จะปิด Navbar ได้ ทำให้เราสามารถใช้งานปุ่มได้ปุ่มเดียวโดยไม่ซ้อนกันสองปุ่มกับ Navbar อีกต่อไป

6

5.ลำโพงคู่หน้า Boomsound ที่มาพร้อม Dolby Audio

           ลำโพงคู่หน้า Boomsound นั้น แต่เดิมมีมาตั้งแต่ HTC ONE รุ่นแรก นั่นคือ M7 ที่มาพร้อม Boomsound With Beats Audio แต่พอมาถึงรุ่น ONE M8 เจ้าลำโพงคู่ Boomsound ก็ไม่มีสังกัด เพราะ HTC ไม่ได้ถือหุ้นของ Beats Audio แล้ว แต่เสียงก็ไม่ได้อยู่ในขั้นที่แย่อะไร มาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง HTC ONE M9+ คราวนี้ทำการบ้านมาดี เพราะได้คู่หูใหม่อย่าง Dolby Audio Surround มาคู่กับ Boomsound เสียงของลำโพงนั้นต้องบอกเลยว่าเสียงดังและเสียงดีมากๆ มีมิติ และให้เสียงเบสที่หนักแน่นปนความนุ่มลึกของเสียง ของแบบนี้ต้องลองฟังครับ ถึงจะรู้ การมาของ Dolby นั้น ทำให้การปรับแต่งเสียงบน HTC ONE M9+ หลากหลายมากขึ้น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของรุ่นนี้เค้าละครับ

7

6.ดีไซน์เก่า แต่แฝงลูกเล่นใหม่

หลายคนอาจจะมองว่า HTC ONE M9+ นั้น มีรูปร่างหน้าตาไม่ค่อยแตกต่างจาก HTC ONE M8 มากเท่าไหร่นัก แต่ถ้าลองจับจริงๆจะรู้ถึงความแตกต่างครับ เริ่มจากตัวเครื่องที่เป็นโลหะอลูมิเนียมทั้งเครื่อง งานประกอบไร้รอยต่อแบบ Unibody สีตัวเครื่องของ HTC ONE M9+ นั้นจะดูสว่างกว่า M8 มาก ทั้งสีดำและสีทอง แต่ไฮไลท์ของเค้าอยู่ที่ Line Hair เป็นเส้นๆบนตัวเครื่อง และการเล่นสีแบบทูโทน เช่นเครื่องสีเงินจะมีขอบสีทองเป็นต้น

8

7.สเปกดีขึ้นเยอะ

          เป็นเรื่องปกติที่เวลามีสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงรุ่นใหม่ออกมา ก็ต้องมีสเปกที่ดีกว่ารุ่นเรือธงปีที่แล้วอยู่แล้ว HTC ONE M9+ ก็เช่นเดียวกัน ถึงปีนี้จะไม่ได้ใช้ CPU ของ Qualcomm แล้ว เพราะเปลี่ยนมาใช้ Mediatek แทนก็ตาม รุ่นที่นำมาใช้ก็แรงในระดับต้นๆของตลาดเช่นเดียวกัน CPU ที่ผมกำลังพูดถึงนี้ก็คือ Mediatek Helio X10 MT6795T ซึ่งเป็น CPU ระดับ Octa Core(8 หัว) ในความเร็ว 2.2 GHz มาพร้อม GPU PowerVR G6200 และ Ram ขนาด 3GB แบบ DDR4 หน่วยความจำภายใน 32GB แน่นอนว่าก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกด้วย Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 2TB ด้วยกัน!!! เยอะมากๆ

9

8.รอมใหม่ที่มาพร้อม HTC Sense 7

ใน Sense 7 นั้นถึงแม้ว่าในอนาคต HTC ONE M8 จะได้รับการอัพอย่างแน่นอน แต่ใน HTC ONE M9+ นั้น Sense 7 จะมาในเครื่องเลย ความสามารถของ Sense 7 ที่แตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่จะเป็นความสามารถในการปรับแต่งต่างๆได้หลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบฟอนต์ เปลี่ยนสีของ UI ได้ แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนธีมที่เราสามารถที่จะกำหนดค่าต่างๆได้เอง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไอคอม วอลเปเปอร์ เสียงริงโทน หน้าตาต่างๆก็ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ดีใน Android Lollipop การใช้งานเร็วและลื่นไหลมากขึ้น

10

9.แบตเตอรี่จัดเต็มมากขึ้น

           HTC ONE M9+ นั้น มาพร้อมแบตขนาด 2840 mAh จากเดิมที่ HTC ONE M8 มีขนาด 2600 mAh ถ้าเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นแล้วอาจจะดูว่าน้อยและน่าจะใช้งานได้ไม่นาน แต่แท้ที่จริงแล้ว HTC ONE M9+ เครื่องนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากๆ เพราะ CPU ที่ไม่กินแบตมาก และหน้าจอ Super LCD3 ของ HTC เองก็ไม่สูบแบตเหมือนจอของแบรนด์อื่นๆ ทำให้การใช้งานนั้นยาวนานพอที่จะไม่ทำให้การชีวิตในระหว่างวันของคุณสะดุดอย่างแน่นอน

11

หลังจากอ่านแล้วอาจจะทำให้หลายๆคนที่สงสัยว่า HTC ONE M8 และ M9+ นั้นมีความแตกต่างกันยังไง ก็คงจะช่วยได้มากเลยนะครับ ยังไงซะ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ก็ย่อมดีกว่ารุ่นเก่าอยู่แล้ว ยิ่งเป็นรุ่นเรือธงที่ถือเป็นตัววัดความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของแบรนด์นั้นๆแล้ว ก็ยิ่งต้องจัดเต็มมาให้ผู้ใช้ได้พบประสบการณ์ใหม่ๆกันอย่างแน่นอน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

Categories: Scoop
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *