Mini Review : แกะกล่อง Samsung Galaxy Note Edge เวอร์ชั่น NTT docomo

June 9, 2015 47 0 0


            สวัสดีครับ ช่วงนี้ได้รีวิวมือถือบ่อยๆไม่ใช่อะไรนะครับ มีเครื่องเข้ามาเยอะ โดยเฉพาะจากทางฝั่งแดนปลาดิบหรือญี่ปุ่นนั่นเอง โดยวันนี้ผมก็ได้อีกตัวมารีวิวเป็นสมาร์ทโฟนแดนกิมจิแต่มาโผล่แดนปลาดิบ!! เอ๊ะยังไง สมาร์ทโฟนที่ผมหยิบมารีวิวในวันนี้นั่นก็คือ Samsung Galaxy Note EDGE แต่พิเศษกว่านิดหน่อยตรงที่มันเป็นเครื่องของเครือข่าย NTT docomo นั่นเอง จะสวยหรูแตกต่างจากเครื่องศูนย์แค่ไหน จากที่ก่อนหน้านี้ผมเคยรีวิวเครื่องศูนย์ไทยไปแล้ว(ใครที่ยังไม่อ่านคลิกที่นี่) เราไปดูกันเลยครับ

2

กล่องคล้ายกับเครื่องบ้านเราและเครื่องที่วางขายทั่วโลกมาก ปกติพอเป็นเครื่อง NTT docomo ก็จะมีกล่องแบบใหม่ อย่างพวก Sony แต่ก็ไม่ถือว่าแปลกอะไรครับ

3

มุมบนซ้ายของกล่องมีโลโก้ NTT docomo พร้อมชื่อรุ่น SC-01G แต่จริงๆตัวเครื่องเป็นโมเดล SM-N915D ครับ

4

ฝั่งซ้ายของกล่องจะบอกสีของตัวเครื่องว่าเครื่องที่อยู่ในกล่องสีอะไร

5

ด้านขวาไม่รู้ว่าบอกอะไร เป็นภาษาญี่ปุ่น ฮ่าๆ

6

ด้านหลังบอกรายละเอียดสเปกของตัวเครื่องครับ

7

เปิดกล่องออกมาเจอเครื่องอยู่ในซีนอย่างดี

8

แต่ก่อนจะไปดูเครื่อง เรามาดูกันก่อนว่าในกล่องมีอะไรแถมให้บ้าง เริ่มกันที่คู่มือ สติกเกอร์บาร์โค๊ด และเอกสารประกอบต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นว่าในกล่องไม่มีที่ชาร์ตแถมมาให้ ซึ่งเป็นปกติที่สมาร์ทโฟนญี่ปุ่นเค้าจะไม่แถมกัน

9

สายแปลงจากสมาร์ทโฟนไปทีวีของทางญี่ปุ่น

10

อุปกรณ์และหัวปากกา เอาไว้เปลี่ยนกับปากกา S Pen ครับ

11

หูฟังแบบเสียบขนาด 3.5 มม. แบบ In Ear พร้อมจุกเอาไว้เปลี่ยนอีก 3 คู่

12

แบตเตอรี่ลักษณะเหมือนบาร์การ์ด ขนาด 3000 mAh ครับ

13

มาดูตัวเครื่องกันบ้าง หลังจากแกะซีนออกก็สวยใสวัยรุ่นชอบกันเลยทีเดียว

14

ด้านล่างมีปุ่มโฮมที่สามารถแสกนลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำ แน่นอนว่าฝั่งซ้ายและขวาของปุ่มโฮมก็จะมีปุ่มไฟซ่อนอยู่ โดยจะปรากฎขึ้นเมื่อเราเปิดเครื่องครับ

15

ด้านบนมีลำโพงใช้สำหรับฟังคู่สายสนทนา ด้านขวาของลำโพงมีเซ็นเซอร์ แล้วขวาสุดเป็นกล้องหน้าขนาด 3.7 ล้านพิกเซล สังเกตุดีๆจะเห็นว่าไม่มีคำว่า SAMSUNG อยู่ใต้ลำโพง

16

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเสียบสายชาร์ตและใช้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ในรูเดียวกัน รูทั้งสองด้านบนเป็นไมค์ แล้วด้านขวาเป็นช่องสำหรับเสียบปากกา S Pen ครับ

17

ฝั่งขวาเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นส่วนโค้งลงมาของจอ ที่มาของชื่อ EDGE นั่นเองครับ

18

ด้านบนนั้นจะมีปุ่มปลดล็อคตัวเครื่อง ถ้ากดค้างจะเป็นการเปิด/ปิดเครื่อง ฝั่งขวาจะเป็นไมค์สำหรับตัดเสียงรบกวน เซนเซอร์รีโมท และรูเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

19

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม และปุ่มลดเสียง

20

พลิกกลับมาที่ด้านหลังมีลายอะไรเต็มไปหมด จริงๆเป็นสติกเกอร์ใสติดอยู่ บอกถึงวิธีการแกะและประกอบฝาหลัง

21

เมื่อแกะออกมา เราก็ทำการใส่แบตลงไป

22

สำหรับ Samsung Galaxy Note EDGE รุ่นนี้ยังคงใช้ Sim Card แบบ Micro Sim อยู่ และยังรองรับการเพิ่มหน่อยความจำภายนอกด้วย Micro SD Card อีกด้วย

23

ประกอบฝาหลังคืนและทำการแกะสติกเกอร์ออก ก็จะเป็นแบบนี้ครับ บอกเลยว่าแอบสวยกว่าเครื่องไทย (ส่วนตัวชอบโลโก้ NTT docomo มากๆ)

24

ด้านล่างฝั่งซ้ายเป็นลำโพง เห็นเล็กๆแบบนี้แต่เสียงดังใช้ได้เลย กึ่งกลางมีคำว่า GALAXY NOTE Edge ลงมาด้านล่างเล็กน้อยเป็นคำว่า  SC-01G

25

ด้านบนมีกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ด้านล่างกล้องมีไฟแฟลชแบบเดี่ยว ข้างๆแฟลชเป็นเซ็นเซอร์ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ถัดลงมาอีก เป็นโลโก้ NTT docomo ครับ

26

ปากกาที่มากับเครื่องยังคงคล้ายๆกับ NOTE รุ่นอื่นๆที่ขายมา

27

ด้านบนของด้ามปากกาเป็นพลาสติกเคลือบเงา พร้อมคำว่า Samsung

28

ปลายปากการุ่นนี้สามารถเปลี่ยนหัวได้ด้วยอุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง กลางด้ามมีปุ่มสำหรับเรียกใช้งาน S Note ครับ

29

อ่านรีวิวกันไปแล้ว เรามาดูสเปกของเจ้า Galaxy Note EDGE เวอร์ชั่น NTT docomo กันบ้างครับ

ขนาดจอ : 5.6 นิ้ว
ประเภทจอ : Super AMOLED
ความละเอียดจอ : QHD 1600*2560 พิกเซล 524PPi
CPU : Qualcomm Snapdragon 805 ความเร็ว 2.7 GHz Krait 450 ระดับ Quad Core (4 Core)
GPU : Adreno 420
RAM : 3 GB DDR3
หน่วยความจำภายใน : 32 GB
หน่วยความจำภายนอก : สามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB
กล้อง : หลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล หน้า 3.7 ล้านพิกเซล
การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 a/b/g/n/ac , Dual band , WiFi Direct , Bluetooth 4.1 , A2DP , EDR , 4G TD-LTE , NFC
แบตเตอรี่ : ขนาด 3000 mAh สามารถถอดเปลี่ยนได้

30

สำหรับความแตกต่างของรุ่นปกติที่ขายในบ้านเราอย่างรุ่นรหัส SM-N915F และรุ่น NTT docomo รหัส SM-N915D แตกต่างกันตรงที่ เครื่องไทยนั้นผลิตที่ประเทศจีน(Made in China) แต่เครื่องที่ผมรีวิวนี้ผลิตที่ประเทศเกาหลีเลย(Made in Korea) ข้อแตกต่างต่อมาคือตำแหน่งโลโก้ต่างๆ เครื่องนี้จะไม่มีโลโก้ Samsung บนตัวเครื่องเลย แต่ด้านหลังมีโลโก้ NTT docomo ข้อได้เปรียบต่อมาคือเครื่องนี้ยังรองรับการใช้งาน TD-LTE การเชื่อมต่อความเร็วสูง อีกทั้งตัวเครื่องนอกจากจะมาพร้อม Touchwiz UX ตัวใหม่แล้ว ยังสามารถสลับไปใช้ docomo ui ได้อีกด้วย ครับ

31

และนี่ก็คือทั้งหมดใน Samsung Galaxy Note Edge เวอร์ชั่น NTT docomo รหัส SM-N915D (SC-01G) สำหรับใครที่อ่านรีวิวแล้วชื่นชอบถามว่าหาซื้อได้ที่ไหน? อันนี้ก็แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนเลยนะครับ เพราะเครื่องรุ่นนี้ไม่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบจริงๆก็สามารถไปหาซื้อเครื่องศูนย์ใช้แทนกันได้ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ…

Categories: Review
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *