Mini Review : แกะกล่อง iPhone 6 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจาก Apple

February 23, 2015 51 0 0

 

          ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยนะครับว่าตัดสินใจนานมากๆว่าจะจับเจ้า iPhone 6 เครื่องนี้มารีวิวดีหรือไม่ เนื่องจากเท่าที่ดูแล้ว เว็ปไซต์รวมไปถึงบล็อคต่างๆที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีก็ต่างพากันรีวิวไปกันหมดแล้ว แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว(ผมพึ่งจะซื้อ ฮ่าๆ) เลยขอจับมารีวิวกันหน่อย พร้อมแลล้วก็มาดูกันเลยครับ

2

          เมื่อซื้อมาแล้ว กล่องก็ซีนมาอย่างดีตามแบบฉบับของ Apple แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คงจะเป็นในส่วนของกล่อง ที่ออกจะเรียบมากกก~ ไปหน่อย ปกติสำหรับใครที่ซื้อ iPhone อยู่บ่อยๆที่กล่องจะมีรูปไอโฟนที่ด้านหน้า แต่สำหรับรุ่นล่าสุดนี้เป็นเพียงลักษณะเครื่องไอโฟนนูนขึ้นมา ไม่มีสีอะไรเลย ขาวไปหมด

3

          ด้านข้างก็เขียนเพียงแค่คำว่า iPhone ไม่บอกชื่อรุ่นและหน่วยความจำแต่อย่างใด

4.

ด้านหลังยังคงแสดงรายละเอียดตัวเครื่องเช่นเดิม โดยจะแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือส่วนบนจะบอกคุณสมบัติของตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างเป็นข้อมูลทางการค้าครับ

5

ซูมเข้ามาหน่อย ในส่วนของรายละเอียดตัวเครื่อง จะเขียนเป็นภาษาไทยชัดเจน เพราะเป็นเครื่องที่วางจำหน่ายในประเทศไทย แต่ถ้าเป็นเครื่องประเทศอื่นก็จะมีภาษาแตกต่างออกไป ด้านบนสุดนั้นจะเห็นได้ว่ามีตัวเลขบอกอยู่ นั่นคือการระบุจำนวนหน่วยความจำของตัวเครื่องครับ

6

เรามาแกะกล่องกันเลยดีกว่า เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเห็น iPhone 6 นอนหลับสนิทอยู่ในกล่อง โดยขนาดของตัวเครื่องกับกล่องมีขนาดใหญ่ไม่ต่างกันมาก แต่ขอบของตัวเครื่องก็ไม่ชิดกับตัวกล่อง ทำให้ไว้ใจได้เลยว่ามันจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจนเกิดความเสียหายเวลาอยู่ในกล่องแน่นอนครับ

7

          เก็บเครื่อง iPhone 6 ไปก่อน แล้วมาดูกล่องกันต่อ เมื่อยกไอโฟนออก ก็จะเห็นถาดรองเครื่อง โดยจะมีรู 2 จุดด้วยกัน จุดแรกก็คือตรงกลางเลย จุดที่สองก็คือรูที่เว้นช่องเอาไว้สำหรับกล้อง เพราะกล้องรุ่นนี้มันนูนออกมา เลยต้องเว้นช่องเอาไว้ ทีนี้เวลาเราจะยกถาดรองเครื่องขึ้น ก็ง่ายมากๆครับ เพียงแค่ดึงกระดาษที่โผล่ออกมา เพียงแค่นี้ถาดก็จะเด้งออกมาครับ

8

กระดาษที่โผล่มานั้นก็คือกล่องใส่คู่มือ เอกสาร และสติกเกอร์นั่นเอง

9

          แกะกล่องออกมาแล้วถึงกับตกใจครับ เอกสาร คู่มือ สติกเกอร์ รวมแล้วกว่า 6 อย่าง แต่คงไม่อ่านหรอก ฮ่าๆ อ่อ ที่หน้ากล่องมีที่จิ้มซิมแนบมาด้วยนะครับ วิธีเอาออกมาใช้คือบีบกระดาษที่โผล่ออกมาเข้าหากัน แล้วรูดที่จิ้มซิมออก เวลาใส่ก็เช่นเดียวกันครับ บีบกระดาษเข้าหากัน แล้วก็สอดที่เสียบซิมเข้าไป (ที่ต้องบอกเพราะเห็นหลายคนชอบทำกระดาษส่วนนี้ขาด เข็มจิ้มซิมก็เลยไม่มีที่ล็อค สุดท้ายก็หาย)

10

กลับมาที่กล่องอีกครั้ง เมื่อดึงกล่องใส่คู่มือออก ก็จะเห็นอุปกรณ์ที่ถูกวางเรียงไว้ในล็อคของมันอย่างลงตัว ประกอบไปด้วยหูฟัง อแดปเตอร์ และสาย USB ครับ

11

          สำหรับที่ชาร์ตนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ อแดปเตอร์ และสาย USB จะได้สามารถใช้งานได้ทั้งการชาร์ต และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

12

หูฟังก็เป็นหูฟังตัวใหม่ล่าสุดจาก Apple นั่นก็คือหูฟัง Ear Pod หูฟังที่มีดีไซน์เฉพาะตัวออกแบบมาให้ใส่ได้พอดีกับรูหู พร้อมรีโมทที่สามารถใช้ควบคุมการทำงานบนไอโฟน ไม่ว่าจะเป็นพร้อมเสีย ลดเสียง เล่นเพลง หยุดเล่นเพลง รับสาย แม้กระทั่งเรียกใช้งานการสั่งงานด้วยเสียง SiRi ได้อีกด้วย

13

          มาถึงในส่วนที่ทุกท่านรอคอย นั่นก็คือรีวิวตัวเครื่อง iPhone 6 นั่นเอง หลังจากส่องกล่องทุกซอกทุกมุมไปแล้ว ก็ถึงคราวของตัวเครื่องกันบ้าง ด้านหน้าตัวเครื่องก็ยังคงความเรียบแต่แฝงด้วยความหรูหราลงตัว เปลี่ยนความเหลี่ยมล้ำในรุ่น 5,5s มาเปลี่ยนโค้งมน ดูแล้วน่าหลงไหลครับ

14

มาเริ่มกันที่ส่วนล่างกันก่อนเลย iPhone 6 ยังคงใช้ปุ่มโฮมเป็นลักษณะปุ่มกดเป็นวงกลม แต่ไม่ใช่ปุ่มธรรมดานะครับ เพราะมันแอบซ่อนระบบสแกนลายนิ้วมือหรือที่เรียกกันว่า Touch ID เอาไว้ เพียงแค่เราวางนิ้วลงไปที่ปุ่ม ก็สามารถใช้งานได้ทันทีครับ

15

           มองลงมาอีกนิด จะเห็นรูสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ตรงกลางเป็นพอร์ตสำหรับเสียบสายชาร์ต และรูกลมๆ 6 รูก็คือลำโพง Stereo เห็นเล้กๆแบบนี้แต่เสียงดี เสียงดังมากเลยนะครับขอบอก

16

มุมเครื่องมาทางขวา จะเห็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano Sim แน่นอนว่าจะใช้งานได้ต้องใช้เข็มจิ้มซิมจึงจะสามารถใส่วิมเข้าไปได้ หรือจะใช้เข็ม หรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไงก็ต้องระวังด้วยนะครับ ถ้าสิ่งที่นำมาจิ้มไม่แข็งแรงอาจจะหักคารูได้

17

          ส่วนปุ่มที่อยู่เหนือช่องใส่ซิม ก็คือปุ่มล็อคสกรีน ปุ่มนี้สามารถใช้ปิด/เปิดเครื่องได้อีกด้วยหากเรากดค้าง สามารถเหตุที่เปลี่ยนตำแหน่งมาไว้ด้านข้าง(ไอโฟนรุ่นก่อนๆจะอยู่ด้านบน) อาจเป็นเพราะว่าตัวเครื่องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น แล้วบางคนที่มือเล็กๆอาจจะปลดล็อคได้ลำบากนั่นเอง

18

ขอบด้านบนก็เรียบเลยครับ เพราะรูเสียบหูฟังก็ย้ายไปอยู่ข้างล่าง ปุ่มล็อคสกรีนก็ย้ายไปอยู่ข้างๆ เหลือแต่ความโค้งมนเอาไว้ให้ลูบเล่นครับ

19

          ไหนๆขอบด้านบนก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงงั้นขอพูดถึงส่วนบนด้านหน้าเครื่องแทนละกัน ตรงกลางนั้นแน่นอนว่าเป็นลำโพงสำหรับฟังคู่สนทนาเวลาโทร. วงกลมข้างๆก็เป็นกล้องหน้า iSight ความละเอียด HD ด้านบนลำโพงก็คือจุดรวมเซนเซอร์ต่างๆครับ เครื่องสีดำอาจจะมองไม่เห็น แต่เครื่องสีขาวเจะเห็นชัดเจนครับ

20

ถึงตำแหน่งหลายๆอย่างจะถูกเคลื่อนย้ายไป แต่ปุ่มปิดเสียง กับปุ่มเพิ่มลดเสียงยังอยู่ที่เดิมครับ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ปุ่มเพิ่มลดเสียงที่แต่ก่อนเป็นวงกลม ตอนนี้มันกลายเป็นวงรียาวๆคล้ายเม็ดข้าวไปแล้ว ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะครับ เพราะกดง่ายขึ้น กดยังไงก็โดน

21

          อย่าที่บอกไปว่าดีไซน์ของรุ่นนี้เน้นไปที่ความโค้งมน อ่อ ลืมบอกไปซะสนิทเลย เราจะเห็นได้ว่าที่มีที่ตัดกับตัวเครื่องอยู่ เรารู้กันดีว่าตัว iPhone นั้นใช้โลหะในการผลิต ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นโลหะทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องมีพลาสติกเข้ามาด้วย เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในเรื่องของการใช้งานสัญญาณการเชื่อมต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น WiFi สัญญาณโทรศัพท์เป็นต้นครับ

22

พลิกมาดูด้านหลังกันบ้าง เมื่อพลิกมาก็จะเห็นคำว่า iPhone เด่นชัดเลย ถัดลงมาก็จะเป็นเครดิตผู้ผลิต ผลิตจากไหน หมายเลขและสัญลักษณ์ทางการค้า และรหัสตัวเครื่อง

23

          เลื่อนขึ้นมาอีกนิดก็จะเป็นโลโก้รูป Apple สีดำเหลือบแสง ด้านบนสุดก็จะเป็นกล้องและไฟแฟลชครับ

24

ในส่วนของกล้องนั้น iPhone 6 มาพร้อมกล้อง iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่นูนออกมาเพราะตัวเครื่องบางยิ่งขึ้น และกล้องตัวนี้ก็ดันใส่เลนซ์มาถึง 5 ชั้น รูรับแสงก็ใหญ่มากๆจึงไม่แปลกเลยที่มันจะนูนออกมา ไฟแฟลชก็เป็นแบบคู่ทูโทนสีเหลืองและสีส้ม รูที่อยู่ตรงกลางระหว่างแฟลชและกล้องเป็นไมค์ตัวที่สองที่ใช้ในการตัดเสียงรบกวนครับ

25

          หลังจากพาส่องตัวเครื่องแบบ 360 องศากันไปแล้ว เรามาดูสเปกของเจ้า iPhone 6 กันบ้างครับ ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน

หน้าจอ ขนาด 4.7 นิ้ว ชนิดจอ Retina HD
ความละเอียด : 750 x 1334 พิกเซล
ระบบปฏิบัติการ : iOS 8
CPU : Apple A8 Daul Core 1.4 GHz 
GPU : PowerVR GX6450 Quad Core
RAM : 1GB
ROM : 16/64/128GB 
กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล พร้อม Dual LED Flash

กล้องหน้า : 1.2 ล้านพิกเซล

การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 a/b/g/n/ac , Bluetooth v4.0 (A2DP, LE) , รองรับ 4G LTE
แบตเตอรรี่ : Li-Po 1,810 mAh

.
26

          สำหรับใครที่ชื่นชอบความสวย บาง เบา และลงตัวด้วยความหรูแบบเรียบๆแล้วละก็ iPhone 6 รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆครับ ตอนนี้ iPhone 6 ก็มีวางจำหน่ายแล้วทั้ง 3 สี 3 หน่วยความจำ ในราคาที่แตกต่างกันออกไป สำหรับรีวิวนี้อาจจะช้าไปสักนิดนึงเนื่องด้วยอะไรหลายๆอย่าง ยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อน อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยนะครับ สวัสดีครับ

Categories: Review
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *