Mini Review : Samsung Galaxy Note Edge กับความโค้งที่ลงตัว

February 20, 2015 53 0 0

 

           สวัสดีครับ หลังจากหายไปนานเกี่ยวกับการรีวิว ตอนนี้กลับมาแล้วนะครับ กลับมาทั้งทีแน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะผมได้ถือเอาสมาร์ทโฟนกึ่งแท็ปเล็ตที่กำลังได้รับความสนใจมากๆในขณะนี้ นั่นก็คือ Samsung Galaxy Note Edge นั่นเอง ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ Samsung ได้นำเทคโนโลยีจอโค้งมาวางขายทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮากันมากๆ เพราะเทคโนโลยีจอโค้งนี้ ดันมาอยู่ในสมาร์ทโฟนตระกูลดังที่สุดของ Samsung อย่างตระกูล Note จะมีรูปร่างดึงดูดและน่าหลงไหลแค่ไหน ก่อนที่จะมายนโฉม Sasmung Galaxy Note Edge เครื่องนี้ เรามาดูสเปกแบบคร่าวๆกันก่อนครับ

หน้าจอ ขนาด 5.6 นิ้ว ชนิดจอ Super AmoLED
ความละเอียด : Quad HD 2560 x 1440
ระบบปฏิบัติการ : Android 4.4 (KitKat)
CPU : Qualcomm Snapdragon 805 2.7 GHz Quad Core
GPU : Adreno 420
RAM : 3GB
ROM : 32GB (รองรับ Micro SD Card)
กล้องหลัง : 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และเทคโนโลยีกันสั่น Smart OIS
กล้องหน้า : 3.7 ล้านพิกเซล
ระบบเสียง : Ultra High Quality Audio (192KHz,24Bit)
การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 a/b/g/n/ac , Bluetooth v4.1 (BLE, ANT+) , รองรับ 4G LTE
แบตเตอรรี่ : Li-Ion 3,000 mAh

2

มาเริ่มกันที่ด้านหน้าเลยครับ สำหรับใครที่ใช้หรือเคยจับ Samsung Galaxy Note 4 มาแล้ว ก็จะให้ความรู้สึกว่าคล้ายๆกัน เริ่มที่ตรงกลางนั้นสกรีนคำว่า Samsung ขนาดใหญ่เห็นชัดเจน เหนือขึ้นไปเป็นลำโพงใช้สำหรับฟังคู่สนทนา จุดดำๆสองจุดถัดมาทางฝั่งขวามือ และวงกลมสุดท้ายเลยก็คือกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล ส่วนนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นก็คือจอที่โค้งลงมานั่นเองครับ

3

          ลงมาดูด้านล่างกันบ้าง สำหรับสมาร์ทโฟน Samsung นั้นก็ยังคงมีการใช้งานในส่วนของปุ่มต่างๆเหมือนเดิม ปุ่มโฮมก็ยังคงเป็นปุ่มกดอยู่ แน่นอนว่าสามารถสแกนลายนิ้วมือได้เหมือนเดิม ฝั่งซ้ายก็เป็นปุ่มเรียกดูแอพฯที่ใช้งานค้างอยู่หรือกดค้างก็จะเป็นการเรียกเมนู ด้านขวาก็เป็นปุ่มย้อนกลับครับ

4

กระดกๆก้นขึ้นมาหน่อย ฮ่าๆ น่าแปลกที่ Samsung Galaxy Note Edge นั้นมีรูชาร์ตแบบ Micro USB ธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เป็น Micro USB 3.0 เหมือนอย่าง S5 , Note 3 , 4 แล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเทคโนโลยีชาร์ตแบตไว 50% ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง สังเกตอีกนิดด้านบนขวาจะมีรูเล็กๆเป็นไมค์สำหรับใช้สนทนา และไฮไลต์ของรุ่น Note แน่นอนนั่นก็คือ S-Pen ปากกาอัจฉริยะ เสียบอยู่ที่ด้านขวาสุด เมื่อดึงออกมาก็สามารถใช้งานได้เลย

5

           จับหงายหลังซะเลย จะได้เห็นด้ามของ S-Pen ชัดๆ ในส่วนของด้านหลังนั้นก็เป็นพลาสติกคล้ายหนังเหมือนเดิมกับรุ่นก่อนๆแต่ก็ดูดีและหรูหราขึ้นกว่าเดิม สังเกตดีๆจะเห็นว่ามีรูขีดสองขีดอยู่ที่บริเวณด้านซ้าย นั่นก็คือลำโพงนั่นเอง เห็นเล็กๆแบบนี้แต่เสียงก็ใช้ได้เลยนะครับ

6

ด้านหลังเต็มๆของ Samsung Galaxy Note Edge คงไม่ต้องพูดกันให้มากเรื่อง เพราะเอาจริงๆว่าถ้าเห็นคนใช้ เราคงจะแยกออกค่อนข้างยาก เพราะมันเหมือนกับ Samsung Galaxy Note 4 เลย เพราะฉะนั้นถ้าอยากรู้ว่าเค้าใช้รุ่นอะไรก็ต้องไปสังเกตที่ด้านข้างแทน(แลดูลำบาก ฮ่าๆ)

7

           ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปๆหลายค่ายจะเปลี่ยนมาใช้ไฟแฟลชแบบคู่แล้ว แต่สำหรับค่าย Samsung ยังคงใช้ไฟแฟลชแบบเดี่ยวอยู่ และข้างๆไฟแฟลชก็ยังคงเป็นเซนเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เหนือแฟลชขึ้นไปแน่นอนว่าก็ต้องเป็นกล้องที่มีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล ด้านล่างแฟลชก็เป็นโลโก้ Samsung สีเงินเหลือบแสงเหมือนเดิมครับ

8

ด้านข้างฝั่งขวา(ถ้าคว่ำเครื่องอยู่) เป็นปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง อ่อลืมบอกไป ว่างปุ่มปลดล้อคหน้าจออยู่ด้านบนนะครับ

9

           ดูกันชัดๆอีกทีสำหรับด้านข้างของ Samsung Galaxy Note Edge จะเห็นว่าค่อนข้างที่จะบางมากๆ เพียง 8.3 มม.เท่านั้น บางกว่า Samsung Galaxy Note 4 ที่บาง 8.5 มม.(แทบไม่เห็นความแตกต่าง ฮ่าๆ)

9

สำหรับใครที่ชื่นชอบในความล้ำยุคด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง จอโค้งด้านข้างที่ช่วยให้การใช้งานแตกต่างจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยทั่วไป แน่นอนว่าตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วเรียบร้อยในประเทศไทยในราคา 28,900 บาท ขอบคุณเครื่องสวยๆจาก AppJeed ด้วย สำหรับวันนี้ต้องขอจบการรีวิวสั้นๆไว้แต่เพียงเท่านี้ ถ้าลืมก็อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ให้เพื่อนๆได้เข้ามาอ่านกันด้วยนะครับ สวัสดีครับ

**พาชม Samsung Galaxy Note EDGE เวอร์ชั่น NTT docomo คลิกที่นี่

Categories: Review
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *