6 จุดเด่นที่ Samsung Galaxy Note 4 แตกต่างจากตระกูล Note ทุกรุ่นที่ผ่านมา

October 3, 2014 52 0 0


          สวัสดีครับ หลังจากที่เมื่อไม่นานนี้ Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนกึ่งแท็ปเล็ตที่โด่งดังในซีรีย์ของ Galaxy Note รุ่นใหม่อย่างรุ่นที่ 4 ในชื่อเต็มๆว่า Samsung Galaxy Note 4 เรียกได้ว่าเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ที่ติดตามใช้งานตระกูล Note มาอยู่แล้วด้วย อย่างที่เรารู้กันว่า Samsung Galaxy Note 4 ตัวใหม่นี้ อาจจะคล้ายๆกับตัวที่เปิดตัวในปีที่แล้วอย่าง Samsung Galaxy Note 3 ทั้งด้านรูปทรง และสเปก ดังนั้นวันนี้ครับ ผมจะมาไขข้อข้องใจกันให้ชัดๆไปเลยว่า Samsung Galaxy Note 4 ตัวนี้ แตกต่างจาก Samung Galaxy Note 3 และ Note รุ่นอื่นๆยังไงครับ

2

1.หน้าจอที่โดดเด่นเหนือใคร

          อย่างที่เราทราบกันดีว่าสมาร์ทโฟนของ Samsung นั้น มักจะมีความโดดกว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆตรงที่หน้าจอที่มีสีที่สดและสวยงามเหนือใคร แต่ถ้าเทียบกับ Samsung Galaxy Note รุ่นที่ผ่านๆมานั้น ก็เรียกได้ว่ายังคงโดดเด่นม่แพ้กัน ถ้าย้อนกลับไปดูตระกูล Note ที่ผ่านๆมาเราจะเห็นว่าในส่วนของหน้าจอมีการพัฒนามาโดยตลอด อย่าง Samsung Galaxy Note 1 และ 2 ก็ใช้จอ HD Super AmoLED พอมาถึงรุ่นที่ 3 ก็เปลี่ยนมาใช้จอความคมชัดสูงอย่าง Full HD Super AmoLED จนล่าสุดครับ Samsung ก็สร้างความเหนือชั้นอีกครั้งด้วยการใส่จอ Quad HD Super AmoLED จอที่มีความละเอียดสูงถึง 4K ลงบน Ssamsung Galaxy Note 4 เรียกได้ว่านอกจากจะได้จอที่มีสีสันสวยสดเกินใครแล้ว ยังไม่ความคมชัดบาดตาสุดๆกันไปเลยทีเดียวครับ

3

2.สเปกที่แรงเร็วขึ้นไปอีก

          หลายๆคนนะครับ มักจะเข้าใจมาโดยตลอดว่าสมาร์ทโฟน Samsung ตระกูล Galaxy S จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของปีนั้นๆ และสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note จะเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อจากตระกูล S ขึ้นไปอีก เรื่องนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องจริง แต่ที่ผมจะนำมาเปรียบเทียบก็คือสเปกของตระกูล Note ด้วยกัน อย่างที่เราทราบกันดีว่า Samsung Galaxy Note 3 ถือว่ามีสเปกที่แรงใช่เล่นเลยทีเดียว เพราะมาพร้อม CPU Qualcomm Snapdragon 800 ความเร็ว 2.3 GHz Krait 400 แบบ Quad Core และใช้ GPU Adreno 330 รวมถึงใช้แรมขนาด 3GB และหน่วยความจำภายใน 16GB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ SD Card ได้สูงสุดถึง 64GB แต่พอมาถึงรุ่น Samsung Galaxy Note 4 นั้น ถ้ามองผ่านๆหลายๆท่านอาจจะคิดว่าสเปกก็ไม่ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดมากนัก แต่พอไปดูผลการวัดคะแนนแล้วก็ถึงกับโอ้โหดลยทีเดียว เพราะจริงๆแล้วต้องบอกว่าสำหรับ Note 4 นั้นได้เปลี่ยนไปใช้ CPU ตัวใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 805 ความเร็ว 2.7 GHz Krait 450 แบบ Quad Core แต่ที่แตกต่างจริงๆคงจะเป็นเรื่องของ GPU เพราะเปลี่ยนไปใช้ Adreno 420 แล้ว เรียกว่าเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของจริง ในเรื่องของแรมและหน่วยความจำนั้นก็คล้ายๆกับ Note 3 เลยครับ ใช้ Ram ขนาด 3GB จะแตกต่างก็ตรงที่มีหน่วยความจำภายในเริ่มต้นที่ 32GB และเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดถึง 128GB เลยทีเดียวครับ

4

3.ดีไซน์และวัสดุที่พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น

          จริงอยู่ที่ถ้ามองโดยผิวเผินแล้ว Samsung Galaxy Note 3 และ Samsung Galaxy Note 4 อาจจะมีรูปทรงที่คล้ายๆกัน เพราะทรงมันจะเหลี่ยมๆสไตล์บาร์การ์ด แต่ถ้ามองจริงๆแล้วจะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Note จะดูสวย ลงตัว และพรีเมี่ยมกว่ามาก ที่่ต้องพูดแบบนั้น ต้องขอบอกเลยว่า Samsung Galaxy Note 4 เป็นสมาร์ทโฟนกึ่งแท็ปเล็ตตัวแรกของตระกูล Note ที่ใช้โลหะมาประกอบเข้าที่ด้านข้างตัวเครื่อง แต่ด้านหลังก็ยังคงเป็นหนังอยู่ดี แต่ถึงจะใช้โลหะเข้ามาเป็นส่วนประกอบของตัวเครื่องแล้ว อาจจะดูหรูหราและทนทานมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขนาดที่ดูหน้าขึ้นกว่าเดิม(Note 3 หนา 8.3 มม. Note 4 หนา 8.5 มม.) และน้ำหนักที่มากขึ้น(Note 3 หนัก 168 กรัม Note 4 หนัก 176 กรัม) แต่ส่วนตัวแล้ว ถือว่าให้ผ่านนะครับ เพราะยังไงๆซะ เวลาถือก็ดูเป็นสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมอยู่ดีครับ ^^

5

4.กล้องหลังสุดเทพ กล้องหน้าสุดแจ่ม

          ใน Samsung Galaxy Note 4 นั้น มีสิ่งที่พัฒนาเหนือไปกว่า Samsung Galaxy Note 3 มากในเรื่องของกล้องครับ เริ่มที่กล้องหลังก่อนเลย โดยกล้องหลังของ Samsung Galaxy Note 4 นั้น มาพร้อมกล้องขนาด 16 MP ใช้เลนซ์ CMOS รูรับแสงกว้าง F2.2 มีระบบ BSI และ OIS ดูแล้วอาจจะคล้ายๆกับกล้องของ Samsung Galaxy S5 แต่ที่โดดเด่นแน่ๆคงจะในส่วนของกล้องหน้าครับ ตอนที่ผมดูถ่ายทอดสดงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note 4 นั้น ต้องพูดเลยครับ ว่าไม่คิดเลยว่า Samsung จะพูดถึงเรื่องกล้องหน้า เพราะนานมากแล้วที่ Samsung ไม่ได้เน้นหรือพูดถึงในเรื่องของกล้องหน้าเลย รอบนี้ถือว่ามาแปลกมากๆ เพราะเจ้า Samsung Galaxy Note 4 นั้น ติดกล้องความละเอียด 3.2 MP ที่ไม่ธรรมดามาด้วย เพราะกล้องตัวนี้มีรูรับแสงขนาด F1.9 ที่ให้ความสว่างได้มากกว่า แถมยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Wide Selfie ถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าแบบกว้างสูงสุดถึง 120 องศา เรียกได้ว่า งานนี้ไม้ไม่ต้อง แต่ก็สามารถเก็บภาพได้ยกแก๊งเลยทีเดียวครับ

6

5.S Pen ตัวใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

          ถ้าพูดถึงฟังก์ชั่นเด็ดบนสมาร์ทโฟนกึ่งแท็ปเล็ตอย่าง Samsung Galaxy Note แล้ว สิ่งที่เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตระกูลนี้เลยก็คือปากกา S Pen นั่นเอง เพราะเจ้านี่แหละครับ ที่ทำให้ Samsung Galaxy Note ทุกรุ่นแตกต่างไม่เหมือนใคร สำหรับ S Pen ที่มากับ Samsung Galaxy Note 4 ตัวนี้ ก็สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เพราะเจ้า S Pen ตัวนี้ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการสัมผัส และความรู้สึกที่เหมือนได้จับปากกาจริงๆด้ามหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเจ้า S Pen ตัวเก่าที่มาพร้อม Samsung Galaxy Note 3 ที่รองรับแรงกดแค่ 1024 ระบบก็ถือว่าเยอะแล้ว แต่ S Pen ตัวใหม่นี้ รองรับแรกดถึง 2048 ระดับ เรียกว่า 2 เท่ากันเลยทีเดียว ทำให้เวลาที่เราใช้ S Pen ขีดเขียนลงบน Samsung Galaxy Note 4 ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนใช้ปากกาจริงๆเขียนบนกระดาษโน็ตจริงๆเลยละครับ

7

6.แบตเตอรี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

          Samsung Galaxy Note ทุกรุ่นมักจะมีปัญหาเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เพราะด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ และสเปกที่ค่อนข้างแรง ทำให้กินทรัพยากรแบตไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว แต่สำหรับ Samsung Galaxy Note 4 นั้นได้มีการปรับปรุงเรื่องแบตมาเป็นอย่างดี เนื่องจาก Samsung Galaxy Note 4 นั้น มีแบตมาให้ถึง 3,220 mAh ทำให้หลายๆคนคิดว่าเวลาที่แบตหมดต้องใช้เวลาชาร์จนานแน่ๆ แต่ผิดคาดครับ เพราะเจ้า Samsung Galaxy Note 4 ออกแบบมาให้ชาร์จแบตได้ 50% ในเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เท่านั้นยังไม่พอ Samsung Galaxy Note 4 มายังมาพร้อม Ultra Power Saving Mod เพิ่มระยะเวลาการทำงานอีก 24 ชั่วโมง ในแบตที่เหลือเพียงแค่ 10% ครับ

8

เป็นยังไงกันบ้างครับ อ่านแล้วรู้สึกอยากได้ Samsung Galaxy Note 4 ขึ้นมาบ้างรึยังครับ แน่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในจุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 4 เท่านั้น สำหรับใครที่สนใจ ตอนนี้ Samsung Galaxy Note 4 เปิดขายแล้วที่ราคา 25,900 บาท สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

Categories: Scoop
share TWEET PIN IT SHARE share share
Leave a reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *