Home Blog

นักแสดงสาวเสียชีวิตสุดเศร้า ขณะเล่นโยคะที่จุดชมวิวชื่อดังบนเกาะสมุย

0

นักแสดงสาวเสียชีวิตสุดเศร้า ขณะเล่นโยคะที่จุดชมวิวชื่อดังบนเกาะสมุย

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เกิดเหตุการณ์สุดเศร้าขึ้นบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังนักแสดงสาวชาวรัสเซียวัย 24 ปี ประสบเหตุถูกคลื่นทะเลซัดจนสูญหายและเสียชีวิต ขณะที่กำลังฝึกโยคะบริเวณจุดชมวิวริมทะเล

Nữ diễn viên qua đời thương tâm tại điểm du lịch nổi tiếng Thái Lan - Ảnh 2.

หญิงสาวรายนี้คือ Kamilla Belyatskaya อายุ 24 ปี จากเมืองโนโวซีบีสค์ ประเทศรัสเซีย เธอเดินทางมายังเกาะสมุยพร้อมแฟนหนุ่ม และเป็นคนที่มีความผูกพันกับเกาะแห่งนี้เป็นอย่างมาก

ตามข้อมูลต้นทางระบุว่า Kamilla มักเดินทางกลับมายังเกาะสมุยอยู่เป็นประจำ และเคยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นเหมือน “บ้าน” และ “สถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนโลก”

ก่อนเกิดเหตุ เธอยังเคยโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อเกาะสมุย โดยแสดงความรักและความสุขที่ได้กลับมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า การเดินทางมาพักผ่อนในครั้งนี้จะกลายเป็นเหตุการณ์สุดท้ายในชีวิตของเธอ

ก่อนเกิดเหตุ Kamilla ขับรถมายังบริเวณใกล้กับจุดชมวิว Lad Ko ซึ่งเป็นสถานที่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลและพื้นที่โดยรอบของเกาะสมุยได้

เมื่อเดินทางมาถึง เธอหยิบเสื่อโยคะสีชมพูออกจากท้ายรถ ก่อนเดินไปยังจุดที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างกว้างขวาง

จากข้อมูลในต้นทางระบุว่า Kamilla มีนิสัยชอบฝึกโยคะริมทะเล และในวันเกิดเหตุ เธอนำเสื่อไปนั่งฝึกโยคะบริเวณจุดชมวิว โดยในช่วงเวลานั้นคลื่นทะเลเริ่มมีกำลังแรงขึ้น

คลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์เอาไว้แสดงให้เห็นภาพของหญิงสาวอยู่บริเวณริมทะเล ก่อนที่คลื่นขนาดใหญ่จะซัดเข้ามาอย่างรุนแรง

ในเวลาเพียงไม่นาน คลื่นได้พัดร่างของ Kamilla ลงไปในทะเล

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนแทบไม่มีเวลาให้เธอตั้งตัว แม้จะมีคนที่อยู่บริเวณนั้นพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ในทะเลขณะนั้นมีความรุนแรงและอันตรายอย่างมาก

Nữ diễn viên có thói quen tập yoga bên bờ biển

หลัง Kamilla ถูกคลื่นซัดลงทะเล มีชายคนหนึ่งพยายามกระโดดลงไปช่วยเหลือเธอ แต่ไม่สามารถนำตัวเธอกลับขึ้นมาได้

ต้นทางระบุว่า หลังจากนั้นยังไม่ทราบชะตากรรมของชายคนดังกล่าวในขณะรายงานข่าว และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการค้นหาทั้งหญิงสาวและชายที่พยายามเข้าไปช่วย

Nữ diễn viên qua đời thương tâm tại điểm du lịch nổi tiếng Thái Lan

ขณะเดียวกัน ภาพที่ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์รู้สึกสะเทือนใจคือ เสื่อโยคะสีชมพูของ Kamilla ถูกพบว่าลอยอยู่บนผิวน้ำท่ามกลางคลื่นที่กำลังแรง

ทีมกู้ภัยเดินทางมาถึงพื้นที่ประมาณ 15 นาทีหลังจากที่เธอถูกคลื่นซัดออกไป แต่สภาพทะเลที่มีคลื่นรุนแรงทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

แฟนหนุ่มของ Kamilla รวมถึงพยานที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ให้ข้อมูลกับตำรวจท้องถิ่น เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่รวบรวมรายละเอียดของเหตุการณ์

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจอย่างมาก เพราะจุดที่เกิดเหตุไม่ได้เป็นพื้นที่สำหรับลงเล่นน้ำ แต่เป็นจุดชมวิวริมทะเล และอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากคลื่นที่ซัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ออกมาเตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะช่วงที่มีลมมรสุมและคลื่นทะเลมีกำลังแรง

Chaiyaporn Subprasert หัวหน้าศูนย์กู้ภัยสมุย ระบุว่า มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนตามชายหาดต่างๆ บนเกาะสมุย และในช่วงฤดูมรสุม เจ้าหน้าที่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ชายหาดเฉวงและหาดละไม ซึ่งมีการใช้ธงแดงเพื่อแจ้งเตือนและห้ามลงเล่นน้ำในช่วงที่สภาพทะเลไม่ปลอดภัย

สำหรับจุดเกิดเหตุในครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่พื้นที่สำหรับลงเล่นน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ประสบเหตุอาจไม่ทันระวังคลื่นที่เพิ่มระดับขึ้นอย่างกะทันหัน

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้จะเป็นเพียงจุดชมวิวหรือพื้นที่ที่ไม่ได้จัดไว้สำหรับเล่นน้ำ แต่บริเวณชายฝั่งที่มีโขดหินและคลื่นแรงก็ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน

นักแสดงสาวถูกคลื่นยักษ์ซัดตกทะเลสมุย ขณะเล่นโยคะ ดับสลด 2 สัปดาห์ก่อนวิวาห์

Kamilla เคยบอกกับผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียว่าเธอรักเกาะสมุยอย่างมาก และมองว่าบริเวณชายทะเลแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามที่สุดที่เธอเคยพบ

เธอเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้พร้อมคนรัก ใช้เวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ ก่อนที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที

แม้ทีมกู้ภัยจะเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่คลื่นทะเลที่รุนแรงทำให้ภารกิจค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ค้นหา Kamilla และชายที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือเธอ

เหตุการณ์นี้จึงไม่เพียงสร้างความเศร้าให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดของหญิงสาวเท่านั้น แต่ยังเป็นคำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนว่า สภาพทะเลสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

นักแสดงสาวเสียชีวิตสุดเศร้า ขณะเล่นโยคะที่จุดชมวิวชื่อดังบนเกาะสมุย

โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งที่เป็นโขดหินหรือจุดชมวิวริมทะเล นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ขอบทะเลเมื่อมีคลื่นสูง และไม่ควรประเมินความรุนแรงของคลื่นจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว

เพราะเหตุการณ์ของ Kamilla แสดงให้เห็นว่า เพียงคลื่นลูกเดียวที่ซัดเข้ามาอย่างกะทันหัน ก็สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความสุขให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที.

เปิดเหตุ"นักแสดงสาว"เสียชีวิตในประเทศไทย "Kamilla"ดับสลดน่าเศร้าใจ |  คมชัดลึก

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

0

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

8 ต.ค.69 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คถึงการสั่งเด้ง ผอ.ศบส.5 เซ่นปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

จากกรณีที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผมได้กำชับให้สบส. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

ล่าสุด สบส. มีคำสั่งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 ย้ายไปที่ส่วนกลาง ที่กรมสนับสนุนฯ ระหว่างรอการสอบสวนฯ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

หากผลการตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น
ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ต้องมาก่อนเสมอครับ

ในส่วนของ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม หลังจากที่ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ออกคำสั่งปิดศูนย์พักพิงดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีทันที โดยตรวจสอบพบว่ามีความผิดหลายประการที่สามารถออกประกาศปิดสถานที่แห่งนี้ได้ตามมาตรา 28 เป็นการกระทำความผิดที่กระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน  ก็ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้สูงอายุออกจากศูนย์ดูแลฯทันที

โดนแล้ว ผอ.ศบส.5 สั่งเด้งด่วนเซ่นปมศูนย์ฯ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

โดย นายฑรัท เหลืองสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในศูนย์ดังกล่าวต้องย้ายออกทั้งหมด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 นำคำสั่งปิดสถานประกอบการมาให้เจ้าของศูนย์ทราบ ทางญาติได้มารับผู้สูงอายุและผู้ป่วย กลับจำนวน 29 ราย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี จัดรถตู้คันจากโรงพยาบาลใกล้เคียง ลำเลียงผู้สูงอายุและผู้ป่วย ส่งเข้ารับการดูแลที่โรงพยาบาลเครือข่าย

 

ทั้งโรงพยาบาลศรีธัญญา 22 ราย สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา 9 ราย และ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ 25 ราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี 5 ราย โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 จำนวน 2 ราย รวมทั้งหมด 92 ราย  มีเจ้าหน้าที่พยาบาล ตำรวจ และ อส.คอยดูแลอำนวยความสะดวก โดยติดต่อประสานญาติและแจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่าจะนำไปพักในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์พยาบาล

ด่วน! รอบที่ 2 ของเดือน พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นอีก เบนซิน – แก๊สโซฮอล์ – ดีเซล ขึ้นยกแผง

0

ด่วน! รอบที่ 2 ของเดือน พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นอีก เบนซิน – แก๊สโซฮอล์ – ดีเซล ขึ้นยกแผง

ยิ่งตกใจ! กู้ภัยเผยเอง จำนวนเงินที่เบนซ์จ้าง มาหิ้วแม่ไปศูนย์ฯ

0

ยิ่งตกใจ! กู้ภัยเผยเอง จำนวนเงินที่เบนซ์จ้าง มาหิ้วแม่ไปศูนย์ฯ

ล็อกตัวสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจขู่เหยื่อโอนเงิน หนีซุกห้องเช่า

0

ล็อกตัวสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจขู่เหยื่อโอนเงิน หนีซุกห้องเช่า

ล็อกตัวสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจขู่เหยื่อโอนเงิน หนีซุกห้องเช่า

 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย  ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.วันชนะ   ทิพย์อาสน์  ผกก.๔ บก.ทล.,พ.ต.ท.ธราธร  อาภรณ์ศิริพงษ์,พ.ต.ท.กฤษฎิ์ ศรีหาบุญทัน รอง ผกก.๔ บก.ทล.,พ.ต.ท.อาจินต์  วังวรรธนะ สวญ.ส.ทล.๓ กก.๔ บก.ทล. และ พ.ต.ต.กนกพล  ดวงทาทอน สว.ส.ทล.๓ กก.๔ บก.ทล.
สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล.(อุดรธานี,หนองคาย,บึงกาฬ)
ร.ต.ท.ประสาท วังนาทัน, ร.ต.ท.ณรงค์  จันทร์พงษ์, ,ร.ต.ต.โปจิน สุขชุม,ร.ต.ต.เพลิน เตยหอม
ร.ต.ต.ถาวร จันทมา รอง สว.(ป) ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล.

ล็อกตัวสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจขู่เหยื่อโอนเงิน หนีซุกห้องเช่า

ร่วมกันจับกุม น.ส.เจนจิรา ฯ อายุ 26 ปี ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเลคทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเลคทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด ร่วมกันฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันไม่ใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา โดยกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก ในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิด” ตามหมายจับของศาลจังหวัดเลย ที่ 18/๒๕๖9 ลงวันที่ 12 มกราคม 2569
สถานที่จับกุม  บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.นาคำ อ.บ้านดุง จว.อุดรธานี

ล็อกตัวสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจขู่เหยื่อโอนเงิน หนีซุกห้องเช่า

พฤติการณ์ เมื่อ วันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 15.48 น.  สถานที่เกิดเหตุ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  ผู้เสียหาย นายประสิทธิ์ ฯ อายุ 62 ปี  ถูกคนร้ายทางออนไลน์แอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่ว่าจะถูกจับกุมดำเนินคดีและอายัดทรัพย์สิน จากนั้นหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเพื่ ตรวจสอบความบริสุทธิ์ รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 478,541.17  น.ส.เจนจิรา ฯ อายุ 24 ปี (ผู้ต้องหา)เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินซึ่งพฤติการณ์พบว่ามีการโอนหรือถอนเงินออกอย่างผิดปกติทันทีที่ได้รับเงินพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยายานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ต่อมาตํารวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าพบเห็น น.ส.เจนจิรา ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวเดินอยู่ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.นาคำ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาและร่วมกันนำรถวิทยุ 4306  ออกตรวจสอบบริเวณบ้านหลังดังกล่าวตามที่แจ้ง พบบุคคลคล้ายตามที่สายลับแจ้ง เดินอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจริง จึงเข้าไปสอบถามแจ้งว่าตนเองคือ น.ส.เจนจิรา เวียงชัย จริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดเลย ต้องถูกจับตามหมายจับของศาลจังหวัดเลย ได้อ่านข้อความในหมายจับให้ฟังและให้ น.ส.เจนจิรา ฯ อ่านข้อความในหมายจับด้วยตนเองแล้ว ทราบและเข้าใจข้อความในหมายจับ รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลที่มีชื่อ ที่อยู่ และรูปพรรณตามหมายจับและไม่เคยถูกจับตามหมายจับฉบับนี้มาก่อน
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบพร้อมนี้ น.ส.เจนจิรา ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาตามหมายจับนี้พร้อมนําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง ผู้ร้องขอหมายจับของศาลจังหวัดเลย ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.อาจินต์  วังวรรธนะ สวญ.ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล.
โทร 091 020 2440

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
********************************************
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
“มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

ย้อนโหนกระแส “แม่ภัทร-บีม” 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

0

ย้อนโหนกระแส “แม่ภัทร-บีม” 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จากกรณีที่ “แม่ภัทร” และ “บีม” ลูกสาว ซึ่งเป็นบุคคลที่กำลังได้รับความสนใจจากกรณีคดีเนิร์สซิ่งโฮม กลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ ล่าสุดมีเรื่องให้ชาวเน็ตฮือฮาอีกครั้ง หลัง “หนุ่ม กรรชัย” ออกมาโพสต์ภาพจากรายการโหนกระแสในอดีต พร้อมเผยว่าเพิ่งทราบว่าทั้งคู่เคยมาออกรายการเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 เพจดังสายสรุป “อรรถรส” โพสต์ข้อความระบุว่า “หนุ่ม กรรชัย” ได้ออกมาโพสต์ภาพจากรายการโหนกระแสในอดีต พร้อมข้อความว่า “หนึ่งวันพันเรื่องของจริง เพิ่งรู้ว่าแม่ภัทรกับลูกบีม เคยมาออกโหนแล้ว เมื่อ 8 ปีก่อน (2018) อืมมม”

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โดยภาพดังกล่าวเป็นเทปรายการเมื่อปี 2561 ซึ่งมีแขกรับเชิญเป็นผู้หญิง 2 คน คือแม่ภัทรและลูกสาว โดยทั้งคู่สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า มาร่วมพูดคุยในประเด็น “อู่โหด! ต่อยลูกค้าผู้หญิง กรีดรถ หลังถูกโวยซ่อมรถไม่เสร็จ”

ทางเพจ อรรถรส ยังได้ย้อนนำรายละเอียดจากเทปดังกล่าวมาเล่าอีกครั้ง โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากการนำรถไปซ่อม หลังรถของคุณแม่ประสบอุบัติเหตุ และบริษัทประกันให้งบซ่อมจำนวน 100,000 บาท โดยทางอู่นัดรับรถช่วงสิ้นเดือน ม.ค. แต่ต่อมาแจ้งว่าต้องจ่ายค่าส่วนต่างเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยอ้างเป็นค่าอะไหล่และค่าซ่อมที่เกินวงเงิน

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จากนั้นคุณแม่ได้ประสานบริษัทประกันเพื่อขอนำรถออกไปซ่อมที่อู่อื่น ก่อนเกิดเหตุวันที่ 25 ม.ค. 2561 เมื่อคุณบีมเข้าไปที่อู่เพื่อขอรถคืน แต่เกิดการโต้เถียงกับผู้จัดการอู่ ก่อนที่คุณบีมจะเรียกคุณแม่ลงมาช่วยพูดคุย โดยคุณแม่พยายามยื่นโทรศัพท์ให้ผู้จัดการอู่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประกันที่อยู่ในสาย แต่โทรศัพท์ถูกปัดทิ้ง และเกิดเหตุชุลมุนขึ้น

ในเหตุการณ์ดังกล่าว มีชายอีกคนเข้ามาล็อกตัวคุณบีม ก่อนที่ผู้จัดการอู่จะเข้ามาชกบริเวณใบหน้าถึง 3 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บบริเวณคิ้วและโหนกแก้ม รวมถึงมีอาการตาขวามองไม่เห็นชั่วขณะ และตรวจพบกระดูกใบหน้าแตก ขณะที่คุณแม่ต้องรีบพาลูกสาวออกจากจุดเกิดเหตุ

ต่อมาในวันรุ่งขึ้น เมื่อไปรับรถพบว่าบริเวณฝากระโปรงมีรอยถูกกรีดเป็นทางยาว 2 รอย นอกจากนี้ ในคืนเกิดเหตุยังมีชายโทรศัพท์มาหาคุณแม่ โดยอ้างตัวว่าเป็นนายทหารยศพันเอก เพื่อขอเจรจาให้ยุติเรื่องราว ขณะที่ทางอู่ให้ข้อมูลอีกด้าน โดยอ้างว่าคุณแม่เอานิ้วไปจิ้มตาผู้จัดการก่อน จึงเป็นการป้องกันตัว และชายที่ล็อกตัวคุณบีมเป็นเพียงลูกค้าที่เข้ามาซ่อมรถ

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม ฝั่งคุณแม่ยืนยันว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นไปตามที่คู่กรณีกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่ามีพยานสำคัญคือผู้จัดการบริษัทประกัน ซึ่งอยู่ในสายโทรศัพท์และได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมด โดยในเวลานั้นแม่ภัทรและบีมยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

เรื่องราวดังกล่าวถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง หลัง “หนุ่ม กรรชัย” เพิ่งค้นพบว่าแม่ภัทรและบีมเคยมาออกรายการโหนกระแสเมื่อ 8 ปีก่อน ทำเอาชาวเน็ตต่างย้อนกลับไปตามหาเทปเก่า พร้อมพูดถึงความบังเอิญที่เรื่องราวในอดีตกลับมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในปัจจุบันอีกครั้ง

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ย้อนโหนกระแส "แม่ภัทร-บีม" 8 ปีก่อน วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

รู้แล้วสาเหตุ “ป้าแมว” ไม่มาโหนกระแส แต่ส่งลูกชายมาแทน

0

รู้แล้วสาเหตุ “ป้าแมว” ไม่มาโหนกระแส แต่ส่งลูกชายมาแทน

รู้แล้วสาเหตุ "ป้าแมว" ไม่มาโหนกระแส แต่ส่งลูกชายมาแทน

จากกรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ถูกกล่าวร้องเรียนว่ามีการกักขังและทารุณกรรมผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแล จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เร่งดำเนินการจัดทำเอกสารเพื่อออกคำสั่งยกเลิกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของศูนย์ดังกล่าวทันที ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

รู้แล้วสาเหตุ "ป้าแมว" ไม่มาโหนกระแส แต่ส่งลูกชายมาแทน

ล่าสุด ลูกชายของ “ป้าแมว” ได้เดินทางมาออกรายการ “โหนกระแส” เพื่อชี้แจงถึงประเด็นต่างๆ พร้อมเปิดเผยสาเหตุที่ป้าแมวไม่ได้เดินทางมาร่วมรายการด้วยตัวเอง

ลูกชายป้าแมว ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาแม่มีความเครียดจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้อาการทรุดลงและไม่สามารถเดินทางมาออกรายการได้ ประกอบกับแม่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทั้งมะเร็งและเบาหวาน

รู้แล้วสาเหตุ "ป้าแมว" ไม่มาโหนกระแส แต่ส่งลูกชายมาแทน

ส่วนสาเหตุที่ป้าแมวต้องสวมวิกนั้น ลูกชายอธิบายว่า เป็นผลจากการรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากแม่ต้องเข้ารับการฉายแสงและทำคีโม จึงทำให้ผมร่วงและต้องสวมวิกในช่วงนี้

รู้แล้วสาเหตุ "ป้าแมว" ไม่มาโหนกระแส แต่ส่งลูกชายมาแทน

“แม่ภัทร” ตัดสินใจพูดความจริง หลังคนขับรถฉุกเฉินบอกไม่ได้ต่อย

0

“แม่ภัทร” ตัดสินใจพูดความจริง หลังคนขับรถฉุกเฉินบอกไม่ได้ต่อย

"แม่ภัทร" ตัดสินใจพูดความจริง หลังคนขับรถฉุกเฉินบอกไม่ได้ต่อย

จากกรณี คนขับรถฉุกเฉิน ได้ออกมาแจงโต้แม่ภัทร กับเหตุการณ์วันที่ไปรับตัวที่บ้านในวันนั้น เผยไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

(อ่านข่าว คนขับรถฉุกเฉินโผล่แล้ว งัดความจริงโต้ งานนี้ใครโกหก)

ขอบคุณภาพ โหนกระแส

ล่าสุด ไลฟ์ของรายการโหนกระแส แม่ภัทร ได้มีการเปิดเผยและยืนยันเหตุการณ์วันดังกล่าว ว่ามีการ ถูกคนนึงปิดปาก อีกคนนึงช้อนขา แล้วอุ้มขึ้นรถ หลังจากนั้น พอเค้าเอามือออกจากปาก แม่ก็ร้อง ช่วยด้วยๆ จากนั้นเค้าจึงผลักแม่เข้ารถ แล้วจึงต่อย

ซึ่งแม่ยืนยันว่ามีการต่อยจริงๆ ซึ่งด้านคุณแม่ก็ได้ถามตลอดทางว่าจะพาเราไปไหน เพราะแม่กลัวจะพาเราไปทำให้เสียชีวิต และได้มีการยืนยันว่ามีการเปลี่ยนรถจริงๆ ด้วย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก ‘อดีตพระอลงกต’ รวม 742 ปี ส่วน ‘หมอบี’ 386 ปี 1,480 เดือน

0

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก ‘อดีตพระอลงกต’ รวม 742 ปี ส่วน ‘หมอบี’ 386 ปี 1,480 เดือน

อ่วม! เปิดบทลงโทษ ศาลสั่งจำคุก อดีตพระอลงกต-หมอบี

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก ‘อดีตพระอลงกต’ รวม 742 ปี ส่วน ‘หมอบี’ 386 ปี 1,480 เดือน ร่วมกันคืนเงินกว่า 306 ล้านบาท

จำคุก! อดีตพระอลงกต โกงเงินบริจาค 742 ปี -หมอบี โดนคุก 386 ปี 1,840 เดือน  แต่ติดจริงสูง 50 ปี - THE NEWS ONLINE

สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ส.ค. 2568 ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุม ‘อดีตพระอลงกต’ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ในคดีร่วมกันทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ และฟอกเงินรวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

ศาลพิพากษาจำคุก “อดีตพระอลงกต” 742 ปี – “หมอบี” 386 ปี 1,480 เดือน จำคุกสูงสุดตามกฎหมาย  50 ปี : PPTVHD36

จำคุก อดีตพระอลงกต 742 ปี - หมอบี 386 ปี คดียักยอกเงินวัดพระบาทน้ำพุ

อดีตพระอลงกต ถูกแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน

เปิดคำพิพากษา จำคุก 'อดีตพระอลงกต' 742 ปี 'หมอบี 386 ปี 1,480 เดือน

หมอบี ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์, สนับสนุนให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้รับการประกันตัว

ศาลพิพากษาจำคุก “อดีตพระอลงกต” 742 ปี – “หมอบี” 386 ปี 1,480 เดือน จำคุกสูงสุดตามกฎหมาย  50 ปี : PPTVHD36

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อดีตพระอลงกตมีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยลงโทษจำคุกในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์ กระทงละ 6 ปี, ฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุก 3 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 ดังนั้น ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์ รวม 185 กระทง จำคุก 740 ปี, ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินเหลือโทษจำคุก 2 ปี เมื่อรวมโทษทั้งสองฐานความผิดเป็นจำคุก 742 ปี

หมอบี ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์ จำคุกกระทงละ 4 ปี, ฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินจำคุกกระทงละ 3 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 370 ปี 1,480 เดือน, ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินจำคุก 2 ปี รวม 8 กระทงเป็น 16 ปี รวมโทษจำคุกรวม 386 ปี 1,480 เดือน

แต่คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา และให้ทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 306,026,143 บาท 50 สตางค์ แก่วัดพระบาทน้ำพุ

หมอยังตะลึง สาวหายขาดจาก “ไขมันพอกตับ” ใน 3 เดือน เพราะสิ่งที่กินทุกเช้า

0

หมอยังตะลึง สาวหายขาดจาก “ไขมันพอกตับ” ใน 3 เดือน เพราะสิ่งที่กินทุกเช้า

หมอยังตะลึง สาวหายขาดจาก "ไขมันพอกตับ" ใน 3 เดือน เพราะสิ่งที่กินทุกเช้า

แพทย์เปิดเคสหญิงวัย 30 ปี หายจาก “ไขมันพอกตับ” เพียงปรับการกินมื้อเช้า ที่ไทยมีครบ แถมหาซื้อง่าย

สาวออฟฟิศไขมันพอกตับหายใน 3 เดือน แค่เปลี่ยนอาหารเช้า เลิกกิน 1 เมนูยอดฮิต!

ดร.เฉียน เจิ้งหวง เล่าว่า เมื่อ 3 เดือนก่อน จาง หยุน หญิงสาววัย 30 ปี มาตรวจสุขภาพและพบว่าเป็นไขมันพอกตับ แม้ยังไม่รุนแรง แต่แพทย์แนะนำให้เธอ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ แทนการใช้ยา

ล่าสุด เมื่อเธอกลับมาตรวจอีกครั้ง ผลตรวจระบุว่าไขมันพอกตับของเธอหายไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เธอดีใจเป็นอย่างมาก ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เธอได้ 5 กิโลกรัม โดยไม่ได้ออกกำลังกายเลย “สิ่งเดียวที่ฉันทำคือเปลี่ยนอาหารเช้าให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ” เธอเล่าให้แพทย์ฟัง

เผยเมนูอาหารเช้าที่ช่วยให้หญิงวัย 30 ปีหายจากไขมันพอกตับ

จาง หยุน เล่าว่า มื้อเช้าของเธอเรียบง่าย โดยมักรับประทานมันเทศ 1-2 หัว คู่กับกล้วย 1 ผล หรือบางวันก็เปลี่ยนเป็นไข่ต้ม 2 ฟอง พร้อมกับกาแฟ 1 ถ้วย

เมื่อสอบถามเพิ่มเติม ดร.เฉียน เจิ้งหวง พบว่าเธอต้มมันเทศตั้งแต่คืนก่อน แล้วปล่อยให้เย็นก่อนรับประทานในเช้าวันถัดไป ส่วนกล้วยที่เธอเลือกกิน เป็นกล้วยที่สุกพอดี (เปลือกเหลืองแต่ยังมีสีเขียวเล็กน้อย)

แพทย์อธิบายว่า มันเทศที่ปล่อยให้เย็นและกล้วยสุกพอดีมี “แป้งทนย่อย” (Resistant Starch) ซึ่งงานวิจัยหลายฉบับระบุว่า ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดภาวะไขมันพอกตับได้

ความเชื่อมโยงระหว่างแป้งทนย่อยกับภาวะไขมันพอกตับ

เว็บไซต์ Medical News Today อ้างถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism ซึ่งพบว่า แป้งทนย่อย (Resistant Starch) ช่วยลดการอักเสบและความเสียหายของตับ ส่งผลให้ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ดีขึ้น

การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วม 200 คน ที่ป่วยเป็นไขมันพอกตับ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

  • กลุ่มแรก ได้รับ แป้งทนย่อยจากข้าวโพด
  • กลุ่มที่สอง (กลุ่มควบคุม) ได้รับ แป้งธรรมดา ในปริมาณแคลอรีเท่ากัน

ผู้เข้าร่วม ละลายแป้ง 40 กรัมในน้ำ 300 มล. แล้วดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 เดือน

ผลการทดลองหลัง 4 เดือน

  • กลุ่มที่บริโภคแป้งทนย่อย มี ระดับไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในตับ) ลดลงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
  • เอนไซม์ตับลดลง และ อาการอักเสบของตับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้

  • นักวิจัยพบว่า กลุ่มที่รับแป้งทนย่อยมีแบคทีเรียในลำไส้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะแบคทีเรีย Bacteroides stercoris ลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันในตับ

ทั้งนี้ การรับประทานอาหารที่มีแป้งทนย่อยเป็นประจำ เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด, ถั่วต่างๆ, กล้วยดิบหรือกล้วยห่าม และข้าวหรือมันเทศที่ผ่านการหุงแล้วปล่อยให้เย็น อาจช่วยลดภาวะไขมันพอกตับได้ ตามข้อมูลจาก Medical News Today

แค่กินสิ่งนี้ตอนเช้า! น้ำหนักลด 5 กก. โรคไขมันพอกตับ "หาย"  แม้ไม่ได้ออกกำลังกาย