Home Blog

อดีตผู้อำนวยการกรมทางหลวงถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ยึดเงินกว่า 18,400 ล้านบาท

0

อดีตผู้อำนวยการกรมทางหลวงถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ยึดเงินกว่า 18,400 ล้านบาท

เมื่อการสอบสวนดำเนินไป เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเงินสดและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับหลี่ กั๋วเว่ย ซึ่งตามรายงานประกอบด้วยเงินสดมากกว่า 4 ล้านหยวน เงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่า 110,000 ดอลลาร์ เงินดอลลาร์ฮ่องกงมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ และเงินยูโรอีก 300 ยูโร นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบด้วย

อดีตผู้อำนวยการกรมทางหลวงถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ยึดเงินกว่า 18,400 ล้านบาท  พร้อมทรัพย์สินที่ซุกซ่อนไว้ก้นถังแก๊สในบ้าน

ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี หลี่เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการกรมทางหลวงเมืองก้านโจวตั้งแต่ปี 1992 ต่อมาในปี 1995 เขาได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกรมทางหลวงเมืองฝูโจว ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งผู้อำนวยการกรมทางหลวงเมืองก้านโจวอีกครั้งในปี 1999

จากนั้นระหว่างเดือนมิถุนายน 2002 ถึงเดือนกรกฎาคม 2004 เขายังคงดำรงตำแหน่งดังกล่าว ก่อนที่คดีทุจริตจะนำไปสู่การดำเนินคดีในเวลาต่อมา เส้นทางการทำงานของเขาจึงเป็นส่วนหนึ่งของบริบทที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดการตรวจสอบการใช้อำนาจและทรัพย์สินจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้

ลูกเมียอึ้ง! "พ่อเฒ่า" ตาย แอบทิ้งมรดก 1.8 ล้าน . อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี –  ลูกเมียถึงกับอึ้ง! หลังพ่อเฒ่าวัย 78 ปี เสียชีวิตด้วยอาการป่วย  แต่แอบทิ้งมรดกเป็นเงินสดจำนวน 1.8 ล้านบาท โดยซุกซ่อนไว้ในกล่องเก็

ตะลึงสมบัติพ่อเฒ่า ความลับหลังเสียชีวิต เจอเงินเก็บซุกไว้ในกล่องเก็บของ 1.8  ล้านบาท ทองอีก 1 เส้น - ข่าวสด

เรื่องราวของหลี่ กั๋วเว่ยจึงไม่ได้ถูกจดจำเพียงเพราะจำนวนเงินและทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่พบ แต่ยังเป็นกรณีที่สะท้อนความสำคัญของความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐ การตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ที่ดำรงตำแหน่งสาธารณะ เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับสินบน การตรวจสอบอย่างเป็นระบบและการพิจารณาตามกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์ด้วยหลักฐานและกระบวนการที่เหมาะสม

เด็กเปิดขวดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แม่ถูกเรียกเก็บเงิน 10 เท่า ก่อนถามกลับจนสถานการณ์เปลี่ยนไป

0

เด็กเปิดขวดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แม่ถูกเรียกเก็บเงิน 10 เท่า ก่อนถามกลับจนสถานการณ์เปลี่ยนไป

ลูกเปิดขวดน้ำก่อนจ่ายเงิน เมื่อแม่ถูกเรียกให้ชดเชย 10 เท่า

คำอธิบายบทความ: เรื่องราวของแม่ที่พาลูกชายไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต และต้องรับมือกับข้อเรียกร้องให้จ่ายเงินชดเชย 10 เท่าหลังลูกเปิดขวดน้ำดื่มก่อนชำระเงิน พร้อมบทเรียนเรื่องการสอนลูก ความรับผิดชอบ และการแก้ไขข้อขัดแย้งด้วยเหตุผล

ด.ช.เปิดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แคชเชียร์บังคับปรับ 10 เท่า  แม่ถามกลับเชือดนิ่มๆ แพ้อับอาย!

เด็กที่เปิดขวดน้ำดื่มก่อนชำระเงินอาจกลายเป็นบทเรียนสำคัญ เมื่อแม่ต้องเผชิญข้อเรียกร้องให้จ่ายเงินเพิ่มถึง 10 เท่า

Mother and son with shopping cart buying water in supermarket

เรื่องราวเกี่ยวกับแม่คนหนึ่งที่พาลูกชายไปซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นประเด็นที่ชวนให้หลายคนหันมาพูดถึงวิธีรับมือกับข้อขัดแย้งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก การซื้อสินค้า และการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับพนักงานร้านค้า

Chưa thanh toán đã cho con dùng đồ của siêu thị, nhân viên tuyên bố: Đền tiền gấp 10 lần!

เมื่อการอธิบายเบื้องต้นไม่สามารถทำให้ข้อขัดแย้งคลี่คลายได้ ผู้เป็นแม่จึงถามกลับถึงเหตุผลของการเรียกเก็บเงินเพิ่มว่า มีข้อกฎหมายหรือข้อกำหนดใดที่ระบุชัดเจนว่าต้องจ่ายเงินชดเชย 10 เท่าหรือไม่

จากนั้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์ พร้อมขอให้พนักงานยืนยันข้อเรียกร้องดังกล่าวต่อหน้ากล้อง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลตลาดและการคุ้มครองผู้บริโภคได้ต่อไป

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ สอนลูกให้รับผิดชอบ พร้อมปกป้องสิทธิของตนเอง

Mother and son who shops at supermarket

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะเริ่มต้นจากขวดน้ำดื่มเพียงขวดเดียว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบทเรียนที่ผู้ปกครองสามารถนำไปปรับใช้กับการเลี้ยงดูลูกได้ ทั้งเรื่องความรับผิดชอบ การเคารพกฎของสถานที่สาธารณะ และการจัดการกับข้อขัดแย้งโดยไม่ปล่อยให้อารมณ์เข้ามาครอบงำ

ด.ช.เปิดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แคชเชียร์บังคับปรับ 10 เท่า  แม่ถามกลับเชือดนิ่มๆ แพ้อับอาย!

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบ คือการเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการชำระเงินตามความเหมาะสมกับวัย เช่น ให้เด็กถือเงินจำนวนเล็กน้อย ส่งสินค้าให้พนักงาน หรือสังเกตยอดเงินบนใบเสร็จโดยมีผู้ปกครองคอยดูแล

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กค่อย ๆ เข้าใจว่าสินค้ามีราคา และการนำสินค้าไปใช้ประโยชน์ต้องมีการชำระเงินตามขั้นตอน ไม่ใช่เพียงหยิบสิ่งที่ตนเองต้องการได้ทันที

ด.ช.เปิดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แคชเชียร์บังคับปรับ 10 เท่า  แม่ถามกลับเชือดนิ่มๆ แพ้อับอาย!

ด.ช.เปิดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แคชเชียร์บังคับปรับ 10 เท่า  แม่ถามกลับเชือดนิ่มๆ แพ้อับอาย!

ด.ช.เปิดน้ำดื่มก่อนจ่ายเงิน แคชเชียร์บังคับปรับ 10 เท่า  แม่ถามกลับเชือดนิ่มๆ แพ้อับอาย!

สุดท้าย เรื่องราวของแม่และลูกชายในซูเปอร์มาร์เก็ตเตือนให้เห็นว่า ปัญหาเล็ก ๆ สามารถคลี่คลายได้ดีขึ้นเมื่อทุกฝ่ายยอมรับข้อเท็จจริง สื่อสารด้วยความสุภาพ และใช้กฎเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้เป็นหลัก

พ่อแม่มีหน้าที่สอนลูกให้รู้จักเคารพกติกา ขณะเดียวกันก็สามารถสอนให้ลูกกล้าถามเมื่อมีข้อสงสัย และรู้จักปกป้องสิทธิของตนเองอย่างเหมาะสม เพราะบทเรียนที่มีคุณค่าไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะอีกฝ่าย แต่อยู่ที่การแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล พร้อมเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 

ครูเยี่ยมบ้านนักเรียน บอกบ้านจนเลี้ยงควาย พอไปถึงแม่เจ้าโว้ย แบบนี้ไม่เรียกจนนะลูก !

0
ครูเยี่ยมบ้านนักเรียน บอกบ้านจนเลี้ยงควาย พอไปถึงแม่เจ้าโว้ย แบบนี้ไม่เรียกจนนะลูก !
เรื่องราวสุดฮือฮาของคุณครูที่เดินทางไปเยี่ยมบ้านนักเรียน กลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ทำให้เข้าใจว่าครอบครัวกำลังเผชิญกับความยากลำบาก แต่เมื่อเดินทางไปถึงบ้านและได้เห็นสภาพแวดล้อมจริง ๆ กลับพบภาพที่แตกต่างจากสิ่งที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง จนคุณครูอดไม่ได้ที่จะถ่ายคลิปแบ่งปันเรื่องราวชวนอมยิ้มนี้ให้ผู้คนได้ชม
ครู, นักเรียน
ตามปกติแล้ว การเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของครู โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำความรู้จักกับครอบครัว สภาพความเป็นอยู่ และปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการเรียนของเด็ก การได้พูดคุยกับผู้ปกครองและเห็นชีวิตจริงของนักเรียนช่วยให้ครูเข้าใจเด็กมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางไปโรงเรียน การช่วยเหลืองานในครอบครัว หรือข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่เด็กแต่ละคนต้องเผชิญ
ครู, นักเรียน
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ เด็กน้อยไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับครอบครัวให้คุณครูฟังตั้งแต่แรก คำว่า “จน” ที่เด็กใช้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะสิ่งที่เด็กมองว่าเป็นความลำบาก อาจไม่ได้หมายถึงการไม่มีทรัพย์สินหรือไม่มีรายได้อย่างที่ผู้ใหญ่จินตนาการไว้เสมอไป
หลังจากคลิปการเยี่ยมบ้านถูกเผยแพร่ เรื่องราวของนักเรียนที่บอกว่าครอบครัวยากจน แต่กลับเลี้ยงควายเป็นฝูงก็ได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว หลายคนอดขำกับความเข้าใจที่แตกต่างกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ไม่ได้ เพราะเมื่อฟังจากคำพูดของนักเรียนในตอนแรก หลายคนอาจคิดว่าครอบครัวกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก แต่ภาพที่คุณครูนำมาให้ชมกลับทำให้ต้องมองเรื่องนี้ใหม่
ครู, นักเรียน
คุณครูยังได้กล่าวถึงภาพที่เห็นด้วยข้อความในทำนองว่า การเลี้ยงควายก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ พร้อมชื่นชมความขยันของครอบครัว เพราะการเลี้ยงสัตว์จำนวนมากไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ ต้องอาศัยทั้งแรงงาน เวลา ความรู้ และความรับผิดชอบในการดูแลชีวิตของสัตว์แต่ละตัว
ครู, นักเรียน
ด้วยเหตุนี้ ภาพควายจำนวนมากที่ปรากฏในคลิปจึงทำให้ชาวเน็ตหลายคนมองว่า สิ่งที่เด็กน้อยเรียกว่าความจน อาจเป็นสิ่งที่คนอีกจำนวนไม่น้อยอยากมี เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้สามารถมีมูลค่าทางการเงินได้ และการมีควายเป็นฝูงก็อาจสะท้อนถึงการสะสมทรัพย์สินจากการทำงานของครอบครัวมาเป็นเวลานาน
ครู, นักเรียน

สำหรับชาวเน็ตแล้ว เรื่องนี้อาจเป็นเพียงคลิปสนุก ๆ ที่ทำให้หัวเราะกับคำพูดไร้เดียงสาของเด็ก แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน และเตือนให้รู้ว่าการตัดสินฐานะของใครจากคำพูดหรือภาพภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ บางครอบครัวอาจใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่มีทรัพย์สินจากการทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

จากการเยี่ยมบ้านตามหน้าที่ของคุณครู จึงกลายเป็นเรื่องราวที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะและความประหลาดใจ พร้อมข้อคิดเล็ก ๆ ว่า บางครั้งคำว่า “จน” ที่ได้ยินจากเด็กคนหนึ่ง ก็อาจไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกับที่ผู้ใหญ่เข้าใจ และการได้เห็นชีวิตจริงด้วยตาตัวเองก็อาจทำให้เราค้นพบเรื่องราวที่คาดไม่ถึงได้เสมอ

“บุ๋ม ปนัดดา” สุดห่วง “น้องอันดา” เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

0

“บุ๋ม ปนัดดา” สุดห่วง “น้องอันดา” เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ออกมาแถลงข่าวชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับ “ก๊อต อธิป อนันทวรรณ” สามี หลังมีข่าวเกี่ยวกับการรุกป่าสงวนกว่า 100 ไร่ ในพื้นที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เพื่อทำสนามวิ่งเทรล โดยบุ๋มยอมรับว่าเสียใจอย่างมากจากความเชื่อใจที่มีให้สามี พร้อมเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งปัญหาการเงิน การแยกกันอยู่ และการตัดสินใจขอหย่าผ่านสื่อเป็นครั้งแรก

"บุ๋ม ปนัดดา" สุดห่วง "น้องอันดา" เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

หนึ่งในประเด็นที่ทำให้บุ๋มเป็นห่วงอย่างมากคือความปลอดภัยของ “น้องอันดา“ ลูกสาว ซึ่งบุ๋มเปิดเผยว่า ตลอด 6-7 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายชายไม่เคยสนใจ แต่กลับมีพฤติกรรมแปลกๆ ในช่วงหลัง

"บุ๋ม ปนัดดา" สุดห่วง "น้องอันดา" เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

“7 ปีที่แต่งงานกันมา 6 ปีเนอะ เขาไม่เคยสนใจอันดาเลยนะ” แต่จู่ๆ เขาโทรหาพี่เลี้ยงทั้งบ้าน… พี่เลี้ยงว่าอันดาเรียนที่ไหน อยู่หอพักไหน แล้วหลังจากนั้นประมาณสัปดาห์มั้ง รถก็ชน โดยที่ผู้ชายคนนั้นก็บอกว่าขับขี่รถมาจากสุพรรณบุรี แต่ไม่รู้มาทำอะไรที่ลาพร้าว23 ชนหน้าบ้านตัวเอง

"บุ๋ม ปนัดดา" สุดห่วง "น้องอันดา" เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

วันนั้นบุ๋มถึงต้องไปที่สถานีตำรวจด้วยตัวเองเพื่อไปเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น “แฟนน้องยังต้องไปเรียนที่มอ.กรุงเทพ บุ๋มพูดเปิดอย่างนี้เลยนะ ฝากทุกคนดูแลน้องด้วยนะคะ บุ๋มอาจจะดูได้ไม่ทั่วถึง บุ๋มก็ห่วงลูกของบุ๋ม… มันบังเอิญเกินไป”

"บุ๋ม ปนัดดา" สุดห่วง "น้องอันดา" เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

ทางด้าน น้องอันดา ได้กล่าวเสริมถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ปกติเวลาหนูแสดงอารมณ์ไม่ได้แสดงแบบตกใจมากขนาดนั้น แต่หนูรู้สึกว่าหนูโทรหาพ่อแม่อยู่บ่อยขึ้น แล้วก็ตอนที่เขามาหน้าบ้าน หนูกำลังจะออกไปเรียนพอดี แล้วมันน่ากลัว… เขาก็จะพยายามให้เราลงให้ได้ หรือพยายามเอาทุกอย่างให้ได้ แล้วมีโทรมาเรื่องขอค่าโรงแรม ประมาณนั้น พยายามจะเจอเราให้ได้… ตอนนี้หนูไม่กล้าขับรถแล้ว แล้วก็กลัวมอเตอร์ไซค์”

"บุ๋ม ปนัดดา" สุดห่วง "น้องอันดา" เผยเรื่องบังเอิญ ก่อนรถชนหน้าบ้าน

 

ประวัติแท้จริง “ก๊อต อธิป” สามี “บุ๋ม ปนัดดา” หลายคนไม่รู้มาก่อน

0

ประวัติแท้จริง “ก๊อต อธิป” สามี “บุ๋ม ปนัดดา” หลายคนไม่รู้มาก่อน

กลายเป็นชื่อที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับ “ก๊อต อธิป อนันทวรรณ” สามีกล้ามโตของพิธีกรชื่อดัง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” หลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการใช้พื้นที่ป่าสงวนใน จ.นครนายก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามถึงที่มาของสิทธิในการใช้พื้นที่ดังกล่าว ขณะที่เจ้าตัวออกมาชี้แจงว่าเป็นการเช่าสิทธิ์ใช้พื้นที่ ไม่ใช่การซื้อขายที่ดินตามที่มีการกล่าวอ้าง

ประวัติแท้จริง "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" หลายคนไม่รู้มาก่อน

ก่อนที่ชื่อของก๊อต อธิป จะกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม เขามีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจ ทั้งในฐานะอดีตนักกีฬายิงปืนรณยุทธทีมชาติไทย นักเพาะกายดีกรีแชมป์ระดับโลก ตลอดจนการผันตัวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเส้นทางความรักกับบุ๋ม ปนัดดา

เปิดประวัติ “ก๊อต อธิป” อดีตนักกีฬาทีมชาติ ดีกรีแชมป์โลก
ก๊อต อธิป อนันทวรรณ เป็นชายที่เติบโตมาในครอบครัวทหาร และมีความชื่นชอบด้านกีฬามาอย่างยาวนาน โดยเจ้าตัวเคยเป็นนักกีฬายิงปืนรณยุทธทีมชาติไทย ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ ความรวดเร็ว และทักษะการเคลื่อนที่ระหว่างการแข่งขัน

ประวัติแท้จริง "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" หลายคนไม่รู้มาก่อน

นอกจากความสามารถด้านการยิงปืนแล้ว ก๊อตยังเข้าสู่เส้นทางนักกีฬาเพาะกายอิสระ และสร้างชื่อเสียงจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยในปี 2016 สามารถคว้าตำแหน่ง Mr. Universe จากสถาบัน WFF ที่เมืองออร์แลนโด ประเทศสหรัฐอเมริกา

ต่อมาในปี 2018 มีรายงานว่าเจ้าตัวคว้าตำแหน่ง Musclemania Champion Asia และในปี 2019 ยังสร้างผลงานบนเวที Musclemania ที่สหรัฐอเมริกา โดยคว้าเหรียญเงินประเภท Men’s Physique และเหรียญทองแดงประเภท Men’s Classic ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในแวดวงกีฬาและเพาะกาย

ประวัติแท้จริง "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" หลายคนไม่รู้มาก่อน

  • จากนักกีฬา สู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

หลังสร้างผลงานในเส้นทางกีฬา ก๊อต อธิป ได้ขยับเข้าสู่ธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการลงทุนในที่ดิน โดยบุ๋ม ปนัดดา เคยเปิดเผยเรื่องราวชีวิตคู่ที่สามีมักมอบโฉนดที่ดินเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ แทนการมอบดอกไม้หรือสินค้าแบรนด์เนมทั่วไป

หนึ่งในของขวัญที่บุ๋มเคยเปิดเผย คือการได้รับที่ดินขนาด 2 ไร่ ย่านพระโขนง กรุงเทพมหานคร ในช่วงวันวาเลนไทน์ปี 2568 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เธอตั้งใจนำไปใช้ปลูกดอกไม้ตามความฝัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าก๊อตมอบที่ดินอีก 1 ไร่ในเดือนมกราคม 2569 เพื่อเป็นของขวัญในโอกาสวันเกิดของภรรยา โดยมีแนวคิดนำพื้นที่บางส่วนไปใช้ประโยชน์กับงานช่วยเหลือสังคม

ประวัติแท้จริง "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" หลายคนไม่รู้มาก่อน

  • จับตาปมที่ดิน 100 ไร่ จ.นครนายก

สำหรับประเด็นที่ทำให้ชื่อของก๊อต อธิป กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมในขณะนี้ เกิดจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ใน จ.นครนายก ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรุกล้ำป่าสงวนประมาณ 100 ไร่

ด้านก๊อตออกมาปฏิเสธข้อมูลที่มีการเผยแพร่ พร้อมชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของทหาร และตนเองเข้าไปเช่าสิทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์ ไม่ใช่การซื้อขายที่ดินตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งยืนยันว่าบุ๋ม ปนัดดา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

 

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของสิทธิการใช้พื้นที่และแนวเขตที่ดิน เพื่อพิจารณาว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ของรัฐหรือไม่ โดยประเด็นดังกล่าวยังต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่ดินดังกล่าวในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 16:00 น. ซึ่งสังคมยังคงจับตาว่าจะมีรายละเอียดและหลักฐานใดออกมาเปิดเผยเพิ่มเติม

ประวัติแท้จริง "ก๊อต อธิป" สามี "บุ๋ม ปนัดดา" หลายคนไม่รู้มาก่อน

 

ถ้าจริงเรื่องใหญ่ เพจดังอ้างคุย “บุ๋ม ปนัดดา” แฉสิ้นพฤติกรรมสามี

0

ถ้าจริงเรื่องใหญ่ เพจดังอ้างคุย “บุ๋ม ปนัดดา” แฉสิ้นพฤติกรรมสามี

หลายคนจับตาวันนี้ (27 ต.ค. 69) มีรายงานข่าวว่า “บุ๋ม ปนัดดา” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง เตรียมที่จะแถลงข่าวหลังสามี “ก๊อต อธิป” ถูกแฉซื้อที่ดินที่มีการรุกป่าสงวนกว่า 100 ไร่ ที่ จ.นครนายก

ถ้าจริงเรื่องใหญ่ เพจดังอ้างคุย บุ๋ม ปนัดดา แฉสิ้นพฤติกรรมสามี

ล่าสุด เพจดัง CSI LA ออกมาเผยว่า…

“แอดเพิ่งได้คุยกับคุณบุ๋มมา ความจริงคือสามีกล้ามโตไม่ได้รวยอย่างที่พยายามสร้างภาพให้สังคมเห็น พฤติกรรมคือเน้นเข้าหาและจับผู้หญิงที่รวยกว่าเพื่อเกาะผู้หญิงกิน ซ้ำร้ายยังเอาเงินที่ได้ไปเปย์สาว ๆ แต่ที่รับไม่ได้ที่สุดคือ เขาแอบไปมีอะไรกับคนที่คุณบุ๋มไว้ใจที่สุด”

และยังบอกอีกว่า…

“ทางเพจ CSI LA ขอเป็นกำลังใจให้คุณบุ๋ม และรอฟังเธอแถลงความจริงให้สังคมรับรู้พร้อมกันวันนี้ตอน 4 โมงเย็น”

ถ้าจริงเรื่องใหญ่ เพจดังอ้างคุย บุ๋ม ปนัดดา แฉสิ้นพฤติกรรมสามี

 

 

พีกมาก! เมียซื้อข้อมือ 25 ล้าน ผัวช็อกตรวจพบเป็นของเก๊ แต่ยิ้มออกเพราะ “กล่อง” ที่ใส่มา

0

พีกมาก! เมียซื้อข้อมือ 25 ล้าน ผัวช็อกตรวจพบเป็นของเก๊ แต่ยิ้มออกเพราะ “กล่อง” ที่ใส่มา

เมียทุ่มเงิน 5 ล้านหยวนซื้อกำไลโบราณ หวังทำกำไร สามีแอบนำไปตรวจสอบถึงกับช็อก เมื่อผู้เชี่ยวชาญเผยความจริง

เรื่องราวสุดพีกจากรายการ “ประเมินค่าสมบัติ” ของสถานีโทรทัศน์ China Central Television (CCTV) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังชายชาวจีนรายหนึ่งนำกำไลลูกปัดที่ภรรยาซื้อมาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ โดยหวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าวัตถุโบราณชิ้นนี้เป็นของแท้หรือของปลอม หลังภรรยาของเขายอมจ่ายเงินสูงถึง 5 ล้านหยวน หรือประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อครอบครองมัน เพราะเชื่อว่ามีมูลค่ามากกว่าราคาที่ซื้อมาและน่าจะสร้างกำไรให้ครอบครัวได้ในอนาคต

สำหรับสามีรายนี้ การนำกำไลมาประเมินราคาไม่ได้เป็นเพียงความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับของสะสม แต่ยังเป็นความพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับการใช้เงินจำนวนมหาศาลของภรรยา เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอเริ่มสนใจตลาดวัตถุโบราณอย่างจริงจัง และใช้เงินซื้อสิ่งของที่เชื่อว่าเป็นสมบัติล้ำค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่ซื้อของราคาไม่แพง กลับกลายเป็นการลงทุนกับของเก่าที่มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน และในที่สุดก็ถึงขั้นใช้เงินหลายล้านหยวนซื้อกำไลเส้นนี้

ชายคนดังกล่าวเล่าว่า ก่อนที่ภรรยาจะเริ่มสนใจตลาดวัตถุโบราณ ชีวิตคู่ของทั้งสองคนค่อนข้างสงบสุข ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติและไม่ได้มีปัญหาใหญ่เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน แต่เมื่อประมาณสามปีก่อน เพื่อนคนหนึ่งพาภรรยาของเขาไปรู้จักกับตลาดของเก่า หลังจากนั้นความสนใจของเธอก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จนกลายเป็นความหลงใหลในการซื้อสะสมสิ่งของที่คิดว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

แม้จะมีความกังวลเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ได้คลี่คลาย จนกระทั่งภรรยาตัดสินใจซื้อกำไลลูกปัดเส้นใหม่ด้วยเงินถึง 5 ล้านหยวน การซื้อครั้งนี้ทำให้สามีโกรธและผิดหวังอย่างมาก เพราะเขามองว่าภรรยาอาจกำลังนำเงินออมของครอบครัวไปเสี่ยงกับสิ่งของที่ไม่มีหลักประกันว่าจะมีมูลค่าตามที่กล่าวอ้าง

ระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจสอบ ชายหนุ่มเฝ้ารอคำตอบด้วยความกังวล เพราะผลการประเมินครั้งนี้อาจเป็นตัวตัดสินว่าการใช้เงินจำนวนมหาศาลของภรรยาจะกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาหวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนเสียที หลังจากพยายามเตือนภรรยามาหลายครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อของเธอได้

พีกมาก! เมียซื้อข้อมือ 25 ล้าน ผัวช็อกตรวจพบเป็นของเก๊ แต่ยิ้มออกเพราะ " กล่อง" ที่ใส่มา . อ่านต่อในคอมเมนต์

คำอธิบายของผู้เชี่ยวชาญทำให้บรรยากาศในรายการเปลี่ยนไปทันที ชายหนุ่มซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีความหวังว่ากำไลอาจเป็นของแท้ เริ่มแสดงสีหน้าผิดหวัง เพราะเงินที่ภรรยาจ่ายไปสูงถึง 5 ล้านหยวน หรือประมาณ 25 ล้านบาท แต่สิ่งของที่นำมาตรวจสอบกลับไม่มีคุณค่าตามที่คาดหวังไว้

พีกมาก! เมียซื้อข้อมือ 25 ล้าน ผัวช็อกตรวจพบเป็นของเก๊ แต่ยิ้มออกเพราะ " กล่อง" ที่ใส่มา

ท้ายที่สุด เรื่องราวนี้กลายเป็นเหตุการณ์ที่พลิกจากความผิดหวังไปสู่ความโล่งใจอย่างคาดไม่ถึง กำไลที่ซื้อมาในราคา 5 ล้านหยวนกลับมีมูลค่าตามการประเมินเพียงเล็กน้อย แต่กล่องที่บรรจุมาอาจมีคุณค่ามหาศาลจนทำให้สามีเริ่มยิ้มได้อีกครั้ง ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ควรจดจำมากกว่าความโชคดีในครั้งนี้คือความจำเป็นในการตรวจสอบวัตถุโบราณอย่างรอบคอบ และไม่ใช้เงินจำนวนมากไปกับสิ่งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความแท้ เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่ของแถมจะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าเหมือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรายการนี้

ด.ช.ยืนตัวแข็ง เจอหน้า “ครูคนใหม่” ช็อกจนก้าวขาไม่ออก เฉลยเป็นใครฮาปนสงสาร

0

ด.ช.ยืนตัวแข็ง เจอหน้า “ครูคนใหม่” ช็อกจนก้าวขาไม่ออก เฉลยเป็นใครฮาปนสงสาร

เปิดเทอมวันแรกแทบไม่กล้าเข้าห้อง! เด็กชายช็อกเมื่อเห็นครูประจำชั้นคนใหม่ ก่อนเฉลยความจริงทำชาวเน็ตหัวเราะทั้งโซเชียล

วันเปิดเทอมวันแรกมักเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นสำหรับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กที่ต้องย้ายชั้นเรียน พบเพื่อนใหม่ หรือทำความรู้จักกับครูประจำชั้นคนใหม่ บางคนตั้งตารอว่าจะได้เรียนกับครูแบบไหน บางคนกังวลว่าจะเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นได้หรือไม่ ขณะที่บางคนอาจรู้สึกประหม่าเพราะต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย แต่สำหรับเด็กชายคนหนึ่งในประเทศจีน การเปิดเทอมครั้งนี้กลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันได้นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องเรียน เพราะบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับเป็นคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี และไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้พบในฐานะครูของตัวเอง

Ban đầu cậu bé rất háo hức khi vào lớp vì được gặp bạn bè của mình.

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน เมื่อเด็กชายระดับประถมศึกษาเดินทางมาโรงเรียนในวันเปิดภาคเรียนตามปกติ ช่วงเวลาเปิดเทอมถือเป็นจุดเริ่มต้นของปีการศึกษาใหม่ นักเรียนต้องกลับมาพบเพื่อนและครูหลังจากหยุดพัก บรรยากาศโดยทั่วไปจึงเต็มไปด้วยความคึกคัก เด็กบางคนเดินเข้าห้องเรียนด้วยความมั่นใจ ขณะที่บางคนยังต้องใช้เวลาปรับตัวก่อนเริ่มเรียนอย่างจริงจัง

Khi thấy cô giáo chủ nhiệm là dì của mình, cậu bé tiểu học đứng hình.

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ เด็กชายไม่สามารถใช้วิธีหลบเลี่ยงสถานการณ์ด้วยการเดินเข้าห้องเรียนช้า ๆ แล้วหวังว่าจะไม่ต้องพบครูได้ เพราะบุคคลที่เขาพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์อยู่ตรงหน้านั้นเป็นครูประจำชั้นของเขาเอง และดูเหมือนว่าคุณครูจะสังเกตเห็นอาการผิดปกติของหลานชายตั้งแต่แรก

ป้าโบกมือเรียกหลานเข้าห้อง สุดท้ายเด็กชายก็ต้องยอมจำนน ชาวเน็ตแซวชีวิตนักเรียนปีนี้คงไม่ธรรมดา

หลังจากเด็กชายยืนตัวแข็งอยู่บริเวณหน้าประตูห้องเรียนได้ครู่หนึ่ง คุณป้าที่ทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นก็เริ่มเรียกหลานชายให้เข้ามาในห้องเรียน โดยเธอไม่ได้แสดงท่าทีเข้มงวดอย่างที่เด็กอาจจินตนาการ แต่กลับโบกมือเรียกด้วยท่าทางเป็นกันเอง พร้อมบอกประมาณว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ให้เดินเข้ามานั่งเรียนได้ตามปกติ

ท้ายที่สุด วันเปิดเทอมของเด็กชายในมณฑลเจียงซีครั้งนี้จึงกลายเป็นเรื่องราวที่มีทั้งเสียงหัวเราะและความเอ็นดู เมื่อเด็กชายพบว่าครูประจำชั้นคนใหม่ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็นป้าของตัวเองที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว จากการยืนนิ่งไม่กล้าก้าวขา เขาก็ต้องยอมเดินเข้าห้องเรียนหลังได้รับเสียงเรียกจากคุณป้า

สำหรับคนที่ได้ชมคลิป เรื่องนี้อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่สร้างรอยยิ้มในวันหนึ่ง แต่สำหรับเด็กชายแล้ว การเริ่มต้นปีการศึกษาครั้งนี้คงเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึงโรงเรียน เขาก็ได้พบกับความจริงที่ไม่คาดคิดว่า คนในครอบครัวจะกลายมาเป็นครูประจำชั้นของตัวเองเสียอย่างนั้น และดูเหมือนว่าวันเปิดเทอมปีนี้จะไม่มีทางเป็นวันธรรมดาเหมือนที่เขาเคยจินตนาการไว้อีกต่อไป

พบกล่องกระดาษ 2 ใบถูกโยนทิ้งข้างทางด่วน เปิดดูเจอเงินสดเกือบ 24 ล้านบาท ตำรวจไล่ล่าระทึก!

0

พบกล่องกระดาษ 2 ใบถูกโยนทิ้งข้างทางด่วน เปิดดูเจอเงินสดเกือบ 24 ล้านบาท ตำรวจไล่ล่าระทึก!

เหตุการณ์ชวนตกตะลึงเกิดขึ้นบนถนนใกล้ทางด่วนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพบกล่องกระดาษลัง 2 ใบถูกโยนทิ้งไว้ข้างทาง เมื่อตรวจสอบภายในกลับพบเงินสดจำนวนมหาศาล รวมมูลค่าเกือบ 915,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินเวียดนามประมาณ 24,000 ล้านดอง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการติดตามรถยนต์ต้องสงสัยหลายคัน ทำให้การตรวจพบเงินสดครั้งนี้กลายเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสอบสวนถึงที่มาและความเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่อาจผิดกฎหมาย

Chesterfield resident fined for fly tipping in Bolsover

หลังจากเข้าตรวจสอบกล่องที่ถูกทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่พบเงินสดจำนวนมากซุกอยู่ภายใน เมื่อนับและประเมินมูลค่าเบื้องต้น พบว่าเงินทั้งหมดมีมูลค่าเกือบ 915,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากจนทำให้ตำรวจต้องขยายการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งเรื่องแหล่งที่มาของเงิน จุดประสงค์ในการขนย้าย และเหตุผลที่ผู้ขับขี่เลือกโยนกล่องทิ้งข้างทางแทนที่จะนำติดตัวไปด้วย

พบกล่องกระดาษ 2 ใบถูกโยนทิ้งข้างทางด่วน เปิดดูเจอเงินสดเกือบ 24 ล้านบาท  ตำรวจไล่ล่าระทึก!

รายงานเบื้องต้นระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ขับขี่ได้ 2 คนจากรถทั้งหมด 3 คันที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ขับขี่อีกคนและบทบาทของแต่ละคนยังต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม การจับกุมผู้ต้องสงสัยบางส่วนไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินสดที่พบโดยตรง ตำรวจจึงต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อแยกแยะว่าใครเป็นผู้ครอบครองเงิน ใครมีส่วนในการขนย้าย และการเดินทางของรถทั้งสามคันมีจุดประสงค์อะไร

พบกล่องกระดาษ 2 ใบถูกโยนทิ้งข้างทางด่วน เปิดดูเจอเงินสดเกือบ 24 ล้านบาท  ตำรวจไล่ล่าระทึก!

แม้การพบเงินสดจำนวนเกือบ 915,000 ดอลลาร์จะสร้างความตกใจ แต่ในเวลานี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันที่มาของเงินหรือชี้ชัดว่าผู้เกี่ยวข้องกระทำผิดในข้อหาใด การสอบสวนจึงยังต้องดำเนินต่อไป โดยอาศัยหลักฐานที่รวบรวมได้และผลการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างชัดเจน และแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐานอย่างเป็นธรรม

 

ราคาน้ำมันเช้านี้ 26 ต.ค.69 อัปเดตราคาน้ำมันเช้าวันนี้

0

ราคาน้ำมันเช้านี้ 26 ต.ค.69 อัปเดตราคาน้ำมันเช้าวันนี้

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้  ( วันที่ 26 ตุลาคม 2569) จากสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ทั่วประเทศ ครบทุกประเภททั้งน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจเติมน้ำมันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวโน้มราคาน้ำมันวันนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคา

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงต่อการปรับขึ้น-ลงของราคาน้ำมันในแต่ละวัน ทำให้ผู้ใช้รถจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ผู้ใช้รถควรตรวจสอบราคาน้ำมันล่าสุดก่อนออกเดินทาง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเลือกเติมน้ำมันในช่วงเวลาที่เหมาะสม การติดตามราคาน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้คุ้มค่าและลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ECONOMICS : ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (26 ต.ค. 69) อัปเดต ราคาน้ำมันล่าสุด  จากสถานีบริการขนาดใหญ่ มีทั้งราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และ แก๊สโซฮอล์ . .  เกาะติดราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาน้ำมัน 26 ต.ค.

อัปเดตราคาน้ำมันวันที่ 26 ตุลาคม 2569

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 26 ตุลาคม 2569

ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร
ไฮดีเซล S อยู่ที่ 43.54 บาท/ลิตร
ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร
ไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตร
GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.63 บาท/ลิตร
GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
GSH91S EVO อยู่ที่ 41.67 บาท/ลิตร
GSH95S EVO อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 26 ตุลาคม 2569

GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
GSH91S EVO อยู่ที่ 41.67 บาท/ลิตร
GSH95S EVO อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร
เบนซิน อยู่ที่ 51.03 บาท/ลิตร
ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตร
ซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร
ซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 26 ตุลาคม 2569

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.89 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.17 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.54 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 51.84 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 43.54 บาท/ลิตร
เชลล์ ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 51.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 26 ตุลาคม 2569

ดีเซล อยู่ที่ 43.54 บาท/ลิตร
ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 41.67 บาท/ลิตร
เบนซิน อยู่ที่ 51.53 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 26 ตุลาคม 2569

โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 50.61 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 41.67 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 43.54 บาท/ลิตร
พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร
ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่