Home Blog

1 ปีก่อนจะเ.ส.ียชีวิต ร่างกายมักจะแสดง 6 สัญญาณเตือน!

0

1 ปีก่อนจะเ.ส.ียชีวิต ร่างกายมักจะแสดง 6 สัญญาณเตือน!

หลายคนมักรู้สึกตกใจเมื่อคนใกล้ชิดจากไปอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า การเสียชีวิตส่วนใหญ่มักมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ก่อนเสียชีวิตประมาณหนึ่งปี ร่างกายมนุษย์มักแสดงสัญญาณสำคัญ 6 ประการต่อไปนี้

1. โรคประจำตัวมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ตับแข็ง ไตวาย มะเร็ง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หากโรคเหล่านี้ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุขัย

ในช่วงหนึ่งปีก่อนเสียชีวิต โรคประจำตัวมักมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าอาการต่าง ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยครั้งเนื่องจากสุขภาพทรุดโทรมลง นี่เป็นสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด

Dấu hiệu cảnh báo trước khi qua đời 2

2. ระบบภูมิคุ้มกันลดลงอย่างรุนแรง

ภูมิคุ้มกันเป็น “เกราะป้องกัน” สำคัญที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้น แม้แต่โรคที่ไม่รุนแรงอย่างไข้หวัดก็อาจกลายเป็นอันตรายได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีของสวีซีหยวน นักแสดงหญิงชาวไต้หวันที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ หลายคนสงสัยว่าเหตุใดโรคที่ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรงจึงสามารถทำให้เสียชีวิตได้? สาเหตุหลักอาจเกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายที่อ่อนแอและระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานได้ไม่ดี

ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ มักติดเชื้อไข้หวัดได้ง่าย และอาการอาจลุกลามอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปอดอักเสบรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งอยู่ในภาวะวิกฤตที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

3. น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและเบื่ออาหารเป็นเวลานาน

การลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุและการเบื่ออาหารอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ในภาษาชาวบ้านมีคำกล่าวว่า “ตะเกียงใกล้หมดน้ำมัน” ซึ่งหมายถึงเมื่อร่างกายไม่มีพลังงานเพียงพอ ชีวิตก็อาจค่อย ๆ อ่อนแรงลงตามไปด้วย

หากใครบางคนผอมลงเรื่อย ๆ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และมีร่างกายอ่อนแอลง ก็อาจเป็นไปได้ว่าพวกเขากำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของชีวิต

Dấu hiệu cảnh báo trước khi qua đời 1

4. ความสามารถในการเคลื่อนไหวและดูแลตัวเองลดลง

ใครกินอยู่ทิ้งด่วน!! ทลายโรงงานผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดัง หลังผู้บริโภคเสียชีวิต

0

ใครกินอยู่ทิ้งด่วน!! ทลายโรงงานผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดัง หลังผู้บริโภคเสียชีวิต

09 ก.ค. 2569 สืบนครบาล บุกทลายโรงงานผลิตยาลดความอ้วนเถื่อนยี่ห้อ BASCHI หลังผู้บริโภคเสียชีวิต พบผสมสารอันตราย ไซบูทรามีน ต่อมา พล.ต.อ.กิตติร์ฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จึงสั่งการให้ บก.สส.บช.น. ทำการสืบสวนหาแหล่งผลิต แหล่งจัดจำหน่าย บก.สส.บช.น. ได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา

จนกระทั่งสืบสวนทราบว่ายาดังกล่าวมีโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนนทุบรี เพื่อทำการเข้าค้นโกดังดังกล่าว

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธาณสุข ,นางศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี ,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ,เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ,พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ,พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ,เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีรวัฒน์สกุล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พ.ต.อ.ฤทธี ,จักรพันธ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผกก.สภ.บางแม่นาง ,พ.ต.ท.ธนพล จันทกลิ่น สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. ,น.ส.ศศิวีณ์ นรากร รอง ผอ. กองอาหาร อย. ,น.ส.สุธินารถ อนุรักษานุตร์ เภสัชกรชำนาญการ กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธาณสุข และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ได้นำหมายค้น ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 686/69 ลงวันที่ 6 ก.ค.69 เข้าตรวจค้น โกดังในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบโกดังดังกล่าวพบ

1.MISS KHIN สัญชาติ เมียนมาร์

2.Mr.SAI สัญชาติเมียนมาร์

3.AUNG สัญชาติ เมียนมาร์

พร้อมด้วยของกลาง

1.ยาลดความอ้วนที่ผลิตและบรรจุเรียบร้อยแล้ว

2.วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยา บรรจุในกระสอบ

3.ขวดยา กระปุกยา ที่ยังไม่บรรจุ 4.ฉลากยา และกล่องบรรจุยาแบบต่างๆ

Thailand News: Local Reports & Breaking Stories | ASEANNOW

นอกจากนี้ Mr.SAI ได้รับสารภาพว่ามีโรงงานผลิตยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอยู่บริเวณใกล้เคียง ห่างจากจุดที่ตรวจค้นไปไม่ไกล ได้ยินยอมและเป็นผู้นำให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว เห็นว่าจะเป็นการช้าหากต้องไปขอหมายค้นต่อศาล เกรงว่าจะทำให้พยานหลักฐานบางอย่าถูกยักย้ายถ่ายเท จึงอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา มาตรา 92 (4)

ผลการตรวจค้นพบ

1.ยาลดความอ้วนที่ผลิตและบรรจุเรียบร้อยแล้ว

2.วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยา บรรจุในกระสอบ

3.ขวดยา กระปุกยา ที่ยังไม่บรรจุ

4.ฉลากยา และกล่องบรรจุยาแบบต่างๆ

5.เครื่องซิงค์ฟิล์ม จำนวน 1 เครื่อง

6.เครื่องผสมสารตั้งต้น จำนวน 1 เครื่อง

7.เครื่องบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง

8.เครื่องบรรจุแคปซูล จำนวน 1 เครื่อง

9.เครื่องทำความสะอาดแคปซูล จำนวน 1 เครื่อง

10.ครื่องบรรจุใส่ซองอัตโนมัติ แบบซองยาว จำนวน 1 เครื่อง

11.เครื่องบรรจุใส่ซองอัตโนมัติ แบบซองสั้น จำนวน 1 เครื่อง

12.เครื่องจักรไม่ทราบชนิด จำนวน 5 เครื่อง

13.ปั๊มเติมลม จำนวน 2 เครื่อง

14.เครื่องพิมพ์วันที่ผลิต หมดอายุ จำนวน 1 เครื่อง

15.แคปซูลที่ไว้สำหรับบรรจุยาผลิตภัณฑ์

16.เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 2 เครื่อง

.09 ก.ค. 2569 สืบนครบาล บุกทลายโรงงานผลิตยาลดความอ้วนเถื่อนยี่ห้อ BASCHI หลังผู้บริโภคเสียชีวิต พบผสมสารอันตราย ไซบูทรามีน ต่อมา พล.ต.อ.กิตติร์ฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จึงสั่งการให้ บก.สส.บช.น. ทำการสืบสวนหาแหล่งผลิต แหล่งจัดจำหน่าย บก.สส.บช.น. ได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา

จนกระทั่งสืบสวนทราบว่ายาดังกล่าวมีโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนนทุบรี เพื่อทำการเข้าค้นโกดังดังกล่าว

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธาณสุข ,นางศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี ,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ,เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ,พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ,พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ,เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีรวัฒน์สกุล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พ.ต.อ.ฤทธี ,จักรพันธ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผกก.สภ.บางแม่นาง ,พ.ต.ท.ธนพล จันทกลิ่น สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. ,น.ส.ศศิวีณ์ นรากร รอง ผอ. กองอาหาร อย. ,น.ส.สุธินารถ อนุรักษานุตร์ เภสัชกรชำนาญการ กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธาณสุข และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ได้นำหมายค้น ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 686/69 ลงวันที่ 6 ก.ค.69 เข้าตรวจค้น โกดังในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบโกดังดังกล่าวพบ

1.MISS KHIN สัญชาติ เมียนมาร์

2.Mr.SAI สัญชาติเมียนมาร์

3.AUNG สัญชาติ เมียนมาร์

พร้อมด้วยของกลาง

1.ยาลดความอ้วนที่ผลิตและบรรจุเรียบร้อยแล้ว

2.วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยา บรรจุในกระสอบ

3.ขวดยา กระปุกยา ที่ยังไม่บรรจุ 4.ฉลากยา และกล่องบรรจุยาแบบต่างๆ

Thailand News: Local Reports & Breaking Stories | ASEANNOW

นอกจากนี้ Mr.SAI ได้รับสารภาพว่ามีโรงงานผลิตยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอยู่บริเวณใกล้เคียง ห่างจากจุดที่ตรวจค้นไปไม่ไกล ได้ยินยอมและเป็นผู้นำให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว เห็นว่าจะเป็นการช้าหากต้องไปขอหมายค้นต่อศาล เกรงว่าจะทำให้พยานหลักฐานบางอย่าถูกยักย้ายถ่ายเท จึงอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา มาตรา 92 (4)

ผลการตรวจค้นพบ

1.ยาลดความอ้วนที่ผลิตและบรรจุเรียบร้อยแล้ว

2.วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยา บรรจุในกระสอบ

3.ขวดยา กระปุกยา ที่ยังไม่บรรจุ

4.ฉลากยา และกล่องบรรจุยาแบบต่างๆ

5.เครื่องซิงค์ฟิล์ม จำนวน 1 เครื่อง

6.เครื่องผสมสารตั้งต้น จำนวน 1 เครื่อง

7.เครื่องบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง

8.เครื่องบรรจุแคปซูล จำนวน 1 เครื่อง

9.เครื่องทำความสะอาดแคปซูล จำนวน 1 เครื่อง

10.ครื่องบรรจุใส่ซองอัตโนมัติ แบบซองยาว จำนวน 1 เครื่อง

11.เครื่องบรรจุใส่ซองอัตโนมัติ แบบซองสั้น จำนวน 1 เครื่อง

12.เครื่องจักรไม่ทราบชนิด จำนวน 5 เครื่อง

13.ปั๊มเติมลม จำนวน 2 เครื่อง

14.เครื่องพิมพ์วันที่ผลิต หมดอายุ จำนวน 1 เครื่อง

15.แคปซูลที่ไว้สำหรับบรรจุยาผลิตภัณฑ์

16.เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 2 เครื่อง

ด่วน! สนง.สลาก แจ้งเลื่อนวันออกรางวัล

0

ด่วน! สนง.สลาก แจ้งเลื่อนวันออกรางวัล

สนง.สลากฯ แจ้งเลื่อนการออกรางวัล งวดวันที่ 16 ธ.ค. เป็น 17 ธ.ค.69

ขนลุก! กลับถึงบ้านเจอสิ่งปริศนาข้างเตียง พอรู้ว่าคืออะไรแทบไม่กล้านอน

0

ขนลุก! กลับถึงบ้านเจอสิ่งปริศนาข้างเตียง พอรู้ว่าคืออะไรแทบไม่กล้านอน

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน หลายคนคงอยากกลับบ้าน อาบน้ำ แล้วเข้านอนอย่างสบายใจ แต่สำหรับเจ้าของบ้านรายหนึ่ง กลับต้องตกใจจนแทบไม่กล้านอน เมื่อเดินเข้าไปใกล้เตียงแล้วพบ ก้อนปริศนาหลายก้อนวางอยู่บริเวณพื้นใกล้ ๆ

ตอนแรกเจ้าตัวคิดว่าอาจเป็นเพียงสิ่งของหรือเศษวัสดุที่ตกหล่น จึงค่อย ๆ เข้าไปดูใกล้ ๆ แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกแปลก เพราะสิ่งที่เห็นมีรูปร่างคล้าย ไข่สีขาวนวลหลายฟองเกาะรวมกันเป็นกลุ่ม

ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยว่า สิ่งนี้มาอยู่ในห้องนอนได้อย่างไร?

มองผ่าน ๆ อาจคิดว่าเป็นก้อนธรรมดา
ลักษณะของสิ่งที่พบทำให้หลายคนที่เห็นภาพครั้งแรกต่างพากันเดาว่าอาจเป็น ไข่ของสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะเมื่อพบรวมกันเป็นกลุ่มในบริเวณที่ค่อนข้างมืดและเงียบ

หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่ทำให้เจ้าของบ้านถึงกับขนลุกคือ ไข่งู

เพราะงูบางชนิดวางไข่ในสถานที่ที่มีความมืด อับ และค่อนข้างปลอดภัยจากการรบกวน หากบริเวณบ้านมีช่องว่าง ใต้ตู้ กองของ หรือมุมที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด ก็อาจกลายเป็นจุดที่สัตว์เลื้อยคลานเข้ามาหลบซ่อนได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวว่าสิ่งที่พบเป็นไข่งู เพราะไข่ของสัตว์หลายชนิดอาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน การระบุชนิดที่แน่นอนจำเป็นต้องดูรายละเอียดของวัตถุและสภาพแวดล้อมประกอบกัน

สิ่งที่ทำให้เจ้าของบ้านกลัวที่สุด ไม่ใช่แค่ไข่
คำถามที่ตามมาทันทีคือ…

“ถ้ามีไข่อยู่ตรงนี้ แล้วตัวที่มาวางไข่อยู่ที่ไหน?”

นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะหากเป็นไข่ของสัตว์ที่ยังฟักไม่หมด ก็อาจหมายความว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นจุดที่สัตว์เข้ามาหลบซ่อนหรือวางไข่

ดังนั้น หากพบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายไข่สัตว์จำนวนมากในบ้าน สิ่งสำคัญคือ อย่ารีบหยิบหรือทำลายด้วยมือเปล่า

ควรพาคนในบ้านและเด็กเล็กออกจากบริเวณนั้นก่อน จากนั้นสังเกตพื้นที่โดยรอบว่ามีช่องทางที่สัตว์สามารถเลื้อยหรือเข้ามาได้หรือไม่

ทำไมสัตว์ถึงเข้ามาใกล้บ้านได้?
บริเวณรอบบ้านที่มีวัชพืช กองไม้ กองวัสดุ หรือมุมอับจำนวนมาก อาจเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์หลายชนิดได้ โดยเฉพาะบริเวณที่เงียบและไม่ถูกรบกวน

หากบ้านมีรอยแตก ช่องใต้ประตู ช่องระบายอากาศ หรือช่องว่างตามผนังและหลังตู้ ก็ควรตรวจสอบและปิดช่องเหล่านี้ให้เหมาะสม

การรักษาบ้านให้สะอาดและลดจุดหลบซ่อน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสที่สัตว์จะเข้ามาอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่พักผ่อน

เจอแบบนี้ อย่าเพิ่งเข้าไปจับ
หากพบวัตถุที่สงสัยว่าเป็นไข่งูหรือไข่สัตว์อื่น ๆ ไม่ควรใช้มือเปล่าจับ ไม่ควรเขี่ย และไม่ควรเข้าไปค้นหาสัตว์ที่อาจซ่อนอยู่ตามซอกมุม

หากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พบคืออะไร ทางที่ปลอดภัยกว่าคือถ่ายภาพจากระยะห่างและสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่สามารถช่วยตรวจสอบได้

เพราะบางครั้งสิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และการเข้าไปจัดการเองอาจเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

แล้วคุณล่ะ ถ้ากลับบ้านมาเจอสิ่งนี้ข้างเตียง จะกล้าเข้าไปดูไหม?
ตอนแรกอาจคิดว่าเป็นเพียงก้อนอะไรบางอย่าง แต่เมื่อรู้ว่ามีคนสงสัยว่าอาจเป็น ไข่งู หลายคนคงต้องหยุดคิดก่อนนอนอย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตื่นตระหนก และอย่ารีบสรุปชนิดของไข่จากภาพเพียงอย่างเดียว หากพบสิ่งผิดปกติในบ้าน ควรเว้นระยะและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจะปลอดภัยกว่า เครดิตฟรี

ไม่ได้อยู่ห้อง 1 อาทิตย์ นิติคอนโดโทรมาบอกมีกลิ่นเหม็นเน่าในห้อง พอกลับมาดูเข่าทรุด

0

ไม่ได้อยู่ห้อง 1 อาทิตย์ นิติคอนโดโทรมาบอกมีกลิ่นเหม็นเน่าในห้อง พอกลับมาดูเข่าทรุด

ไม่อยู่ห้องเพียง 1 สัปดาห์ นิติฯ โทรแจ้งกลิ่นเหม็นคาว พอกลับมาแทบช็อก

กลายเป็นประสบการณ์สุดสะเทือนใจที่เจ้าของห้องรายหนึ่งคงไม่อยากพบเจออีก หลังจากไม่ได้เข้าไปพักอาศัยในคอนโดมิเนียมของตัวเองนานประมาณ 1 สัปดาห์ แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากนิติบุคคลคอนโดฯ แจ้งว่ามีกลิ่นเหม็นคาวผิดปกติลอยออกมาจากห้อง จนส่งกลิ่นรบกวนบริเวณด้านนอก เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากการแจ้งเตือนธรรมดา กลับนำไปสู่ภาพที่ทำให้เจ้าของห้องถึงกับตกใจเมื่อกลับไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Besty Kewalee ซึ่งออกมาเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับห้องพักของตัวเอง หลังได้รับแจ้งจากนิติบุคคลว่า เหตุใดห้องของเธอจึงมีกลิ่นเหม็นคาวลอยออกมาภายนอก เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็รู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้เข้าไปในห้องดังกล่าวมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว จึงไม่เข้าใจว่ากลิ่นเหม็นรุนแรงที่นิติบุคคลแจ้งมานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

หลังได้รับโทรศัพท์ เธอจึงรีบกลับไปตรวจสอบห้องพักของตัวเองทันที แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่พบกลับเลวร้ายกว่าที่คิด เพราะภายในห้องมีน้ำเสียท่วมขังอยู่เป็นบริเวณกว้าง พร้อมคราบไขมันที่ลอยปะปนอยู่บนผิวน้ำ สภาพห้องที่เคยใช้พักอาศัยกลับกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยน้ำสกปรกและกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง

น้ำเสียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่กระจายไปทั่วห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง และห้องน้ำ ทำให้แทบทุกพื้นที่ภายในห้องได้รับผลกระทบ คราบไขมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำยิ่งทำให้สภาพความเสียหายดูน่าตกใจ ขณะที่กลิ่นเหม็นรุนแรงก็ลอยออกไปไกลจนถึงบริเวณประตูลิฟต์ ส่งผลให้กลิ่นไม่ได้รบกวนเฉพาะเจ้าของห้องเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อผู้พักอาศัยรายอื่นในคอนโดมิเนียมด้วย

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

เจ้าของห้องคงไม่คาดคิดว่าการไม่ได้กลับมาพักอาศัยเพียงประมาณ 7 วัน จะทำให้ห้องของตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ ภาพน้ำเสียที่ท่วมพื้นที่ต่าง ๆ และกลิ่นเหม็นที่กระจายไปทั่วทำให้เธอต้องรีบหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบระบายน้ำของห้องพักกันแน่

ในตอนแรก สิ่งที่น่าสงสัยคือกลิ่นเหม็นคาวและน้ำเสียจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นทั้งที่ไม่มีใครใช้งานห้องเป็นเวลาหลายวัน แต่เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม จึงพบว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับท่อน้ำทิ้งใต้อ่างล้างจาน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาต้นเหตุที่แท้จริง

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความตกใจให้เจ้าของห้อง แต่ยังทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า เหตุใดน้ำเสียจากระบบท่อจึงไหลย้อนกลับเข้ามาท่วมพื้นที่พักอาศัยได้มากขนาดนี้ และหากต้นเหตุไม่ได้เกิดจากท่อภายในห้อง แต่เป็นระบบท่อส่วนกลางของคอนโดมิเนียม ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

ช่างใช้เหล็กยาว 9 เมตรทะลวงท่อ แต่ไม่พบสิ่งอุดตัน ก่อนพบเบาะแสสำคัญที่ท่อเมนหลัก

หลังพบว่าน้ำเสียท่วมทั่วห้อง เจ้าของห้องจึงต้องให้ช่างเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของปัญหา โดยจุดแรกที่พบความผิดปกติคือท่อน้ำทิ้งบริเวณใต้อ่างล้างจาน เมื่อช่างตรวจสอบแล้วพบว่า มีน้ำเสียไหลย้อนออกมาจากท่ออย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ไหลออกมาเพียงครั้งเดียวแล้วหยุด แต่กลับไหลทะลักออกมาเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องหาสาเหตุว่า มีสิ่งใดเข้าไปอุดตันอยู่ในระบบท่อหรือไม่ เพราะการอุดตันอาจทำให้น้ำไม่สามารถระบายไปตามเส้นทางปกติ และอาจส่งผลให้น้ำเสียไหลย้อนกลับมายังจุดระบายน้ำภายในห้องได้ ช่างจึงเริ่มแก้ไขปัญหาด้วยการใช้เหล็กยาวประมาณ 9 เมตรทะลวงเข้าไปในท่อ เพื่อค้นหาสิ่งอุดตันที่อาจเป็นต้นเหตุ

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากพยายามทะลวงท่อแล้ว กลับไม่พบสิ่งอุดตันตามที่คาดไว้ ทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า หากไม่มีสิ่งอุดตันในท่อบริเวณใต้อ่างล้างจาน เหตุใดน้ำเสียจึงยังคงไหลย้อนกลับเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้จึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะท่อภายในห้องพัก แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ำส่วนอื่นของอาคาร

ช่างได้วิเคราะห์ว่า จุดที่น่าจะเป็นปัญหาหลักอาจอยู่ที่ท่อน้ำทิ้งเมนหลักของคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นระบบท่อส่วนกลางที่เชื่อมโยงกับการระบายน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ ภายในอาคาร หากระบบท่อเมนหลักมีปัญหา ก็อาจส่งผลกระทบต่อท่อระบายน้ำของห้องพักและทำให้น้ำเสียไม่สามารถไหลออกไปได้ตามปกติ

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

ต่อมา เมื่อมีช่างอีกคนเข้ามาช่วยตรวจสอบและดำเนินการทะลวงท่อน้ำทิ้งเมนหลัก สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเบาะแสสำคัญ เพราะหลังจากดำเนินการกับท่อเมนหลักแล้ว น้ำเสียที่เคยไหลทะลักออกมาภายในห้องก็หยุดไหลทันที เหตุการณ์นี้ทำให้ข้อสันนิษฐานว่าปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับระบบท่อส่วนกลางมีน้ำหนักมากขึ้น

แม้ข้อมูลที่เผยแพร่จะระบุถึงผลที่เกิดขึ้นหลังจากช่างทะลวงท่อเมนหลัก แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ระบบระบายน้ำมีปัญหา จึงยังไม่ควรสรุปเกินกว่าข้อมูลที่มีว่าเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนใด หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่ สิ่งที่เจ้าของห้องต้องเผชิญอย่างชัดเจนคือ ความเสียหายจากน้ำเสียที่ท่วมพื้นที่พักอาศัย และความจำเป็นที่จะต้องหาทางแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น

นอกจากความเสียหายภายในห้องแล้ว ยังมีประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดชอบของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมที่ต้องพิจารณาต่อไป เพราะเจ้าของห้องตั้งคำถามว่า หากต้นเหตุอยู่ที่ท่อน้ำทิ้งเมนหลักของอาคาร ทางนิติบุคคลจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร และใครจะรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับห้องพักของเธอ

ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญเมื่อเจ้าของห้องเปิดเผยว่า สัญญาของนิติบุคคลที่กำลังบริหารงานคอนโดมิเนียมจะสิ้นสุดในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ขณะที่ประกันคอนโดมิเนียมก็จะหมดสัญญาในวันที่ 25 สิงหาคม 2567 เช่นกัน การที่กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาทั้งสองรายการอยู่ใกล้กัน ทำให้เธอกังวลว่าการแก้ไขปัญหาและการรับผิดชอบต่อความเสียหายจะดำเนินต่อไปอย่างไร

 ทำความสะอาดแล้วยังเหม็นจนอยู่ไม่ได้ ต้องเช่าโรงแรมชั่วคราว ชาวเน็ตชี้ต้องตรวจสอบความรับผิดชอบ

แม้จะมีการแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่ไหลย้อนกลับออกมาจากท่อได้แล้ว แต่เรื่องราวกลับยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากเจ้าของห้องดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่ภายในคอนโดมิเนียม ก็ยังคงมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงหลงเหลืออยู่ กลิ่นดังกล่าวรบกวนการใช้ชีวิตจนทำให้ไม่สามารถกลับเข้าไปพักอาศัยในห้องได้ตามปกติ

ท้ายที่สุด เจ้าของห้องจึงจำเป็นต้องออกไปเช่าโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อพักอาศัยเป็นการชั่วคราว ระหว่างที่ต้องรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำเสียท่วมครั้งนี้ แม้ต้นเหตุที่ทำให้น้ำไหลทะลักจะหยุดลงแล้ว แต่การทำความสะอาดและจัดการกลิ่นที่หลงเหลืออยู่ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาและการแก้ไขเพิ่มเติม

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

กรณีนี้ทำให้เห็นว่า ความเสียหายจากน้ำเสียไม่ได้สิ้นสุดลงทันทีเมื่อหยุดการไหลย้อนของน้ำ เพราะคราบสกปรกและกลิ่นเหม็นอาจยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำเสียกระจายไปทั่วห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง และห้องน้ำ การกลับมาใช้ห้องพักได้ตามปกติจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการหยุดน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงความสะอาดและสภาพแวดล้อมภายในห้องด้วย

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยหลายคนมองไปในทิศทางเดียวกันว่า หากผลการตรวจสอบยืนยันว่าต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่ท่อน้ำทิ้งเมนหลักของคอนโดมิเนียม ก็ควรตรวจสอบหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบท่อส่วนกลาง ไม่ควรสรุปว่าเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของห้องโดยอัตโนมัติ

บางคนยังแนะนำให้เจ้าของห้องไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงเก็บภาพถ่าย สภาพห้องหลังน้ำเสียท่วม และข้อมูลการตรวจสอบจากช่างไว้ให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการพูดคุยกับนิติบุคคลหรือบริษัทประกันที่เกี่ยวข้อง

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

อีกประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจคือ แม้นิติบุคคลที่บริหารงานคอนโดมิเนียมจะกำลังจะหมดสัญญาในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 และประกันคอนโดมิเนียมจะหมดสัญญาในวันที่ 25 สิงหาคม 2567 แต่กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้สามารถสรุปได้ทันทีว่าใครต้องรับผิดชอบหรือมีสิทธิเรียกร้องอย่างไร ทั้งนี้จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญา รายละเอียดความคุ้มครอง และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับต้นเหตุของความเสียหายประกอบกัน

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่ากังวลยิ่งขึ้น คือมีชาวเน็ตสังเกตเห็นว่าภายในห้องมีปลั๊กพ่วงวางอยู่บนพื้นบริเวณที่น้ำเสียท่วม โชคดีที่น้ำไม่ได้ท่วมถึงปลั๊กดังกล่าว เพราะหากน้ำสัมผัสกับปลั๊กพ่วงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าช็อตและเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปตรวจสอบห้องได้

น้ำเน่าดันท่อน้ำทิ้ง

ประเด็นนี้เตือนให้เห็นถึงอันตรายอีกด้านหนึ่งของเหตุการณ์น้ำท่วมภายในอาคาร โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำสกปรกกระจายอยู่ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือปลั๊กไฟ หากพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ควรเดินลุยน้ำเข้าไปตรวจสอบหรือสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยตัวเอง ควรให้ผู้มีความชำนาญตรวจสอบความปลอดภัยก่อนกลับเข้าไปทำความสะอาดหรือใช้งานพื้นที่

ท้ายที่สุด เหตุการณ์ของเจ้าของห้องรายนี้เริ่มต้นจากการไม่อยู่คอนโดมิเนียมเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ แต่กลับต้องเผชิญกับน้ำเสียที่ท่วมทั่วห้อง กลิ่นเหม็นเน่าที่รบกวนจนไม่สามารถพักอาศัยได้ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการต้องไปเช่าโรงแรมชั่วคราว แม้การทะลวงท่อเมนหลักจะทำให้น้ำเสียหยุดไหล แต่เรื่องความสะอาด ความเสียหาย และความรับผิดชอบยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการตรวจสอบต้นเหตุอย่างชัดเจน บันทึกความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน และประสานงานกับนิติบุคคลรวมถึงบริษัทประกันตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและพิจารณาความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม เพราะสำหรับเจ้าของห้องแล้ว ปัญหาไม่ได้จบลงเพียงเมื่อน้ำหยุดไหล แต่ต้องรอจนกว่าห้องจะกลับมาอยู่ได้อย่างปลอดภัยและไม่มีกลิ่นรบกวนอีกครั้ง

สวนสัตว์พาต้า แจ้งข่าวเศร้า “ปู่ดำเงา” ปิดตำนานหมีควายอายุยืนมากที่สุดในไทย

0

สวนสัตว์พาต้า แจ้งข่าวเศร้า “ปู่ดำเงา” ปิดตำนานหมีควายอายุยืนมากที่สุดในไทย

วันที่ 12 ต.ค.69 เพจโพสต์แจ้งข่าวการจากไปของเจ้าปู่ดำเงา หมีควายอายุยืนที่สุดในไทย โดยระบุว่า…

สวนสัตว์พาต้า เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ ปี 2527 และมีการนำเข้าสัตว์แปลกหลากชนิดหลายสายพันธุ์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือหมีควายวัยน่ารัก จำนวน 1 คู่ ที่ผู้คนมักให้ความสนใจ กับเจ้าสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีความอันตรายมากที่สุดชนิดหนึ่งแห่งป่าของเอเชีย

ในอดีตทางสวนสัตว์ฯมีโซนเฉพาะเพื่อการเลี้ยงหมีรวม 3 สายพันธุ์ คือ 1.หมีโพล่าแบร์ หรือหมีขั้วโลก  2.หมีหมา หรือ หมีคน และ 3.หมีควาย ( ที่กำลังถูกกล่าวถึง )

หมีควายทั้ง 2 ใช้ชีวิตอยู่คู่กันมานาน นานจนหมีสายพันธุ์อื่น ๆ ต่างได้ลาจากไปด้วยการสิ้นอายุขัย และสุดท้าย เมื่อ10 ปีที่แล้ว ด้วยวัยที่แก่ชรา หมีควายคู่นี้ จึงได้ถูกย้ายเพื่อนำไปเลี้ยงอยู่ ณ สถานที่พักสัตว์ ใน จ.นนทบุรี ซึ่งมีอยู่หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่ทางทีมงานเชื่อว่าเจ้าหมีทั้งคู่กำลังบอกถึงสัญญาณช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

แต่ทว่าในเวลาต่อมา กลับได้แสดงออกถึงสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง พลิกกับมาแสดงออกทางด้านกายภาพที่ดี จนเป็นเหตุผลให้ทางทีมงาน ได้มีการประชุมหารือในเรื่องสำคัญ เรื่องนี้อีกครั้ง

และเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ทางผู้บริหารจึงได้มีคำสั่งให้ทำการย้ายหมีรุ่นปู่ย่า ทั้ง 2 ตัวนี้ กลับเข้ามาที่สวนสัตว์พาต้าอีกครั้ง ด้วยการประกาศป้ายไว้ชัดเจนว่า “บ้านพักหมีชรา” เพื่อการดูแลที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เที่ยวชม ตามสถิติว่า

” ปู่และย่า หมีควายของสวนสัตว์พาต้าคู่นี้  คือหมีควาย 2 ตัว ที่มีอายุยืนมากที่สุดในประเทศไทย ตามอายุขัยที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การดูแลของสวนสัตว์พาต้า มานานกว่า 40 ปี ”

พร้อมกับได้ทำการตั้งชื่อกันเล่น ๆ เพื่อการเรียกกันภายในว่า… ดำเงา กับ ดำด้าน

ซึ่งตลอดเวลากว่า 1 ปี ทั้งปู่ดำเงา และย่าดำด้าน ต่างมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นตามลำดับของสัตว์ป่าที่มีอายุขัยเกินสถิติตามสายพันธุ์อย่างถึงที่สุด เนื่องจากข้อมูลที่พบ หมีควายมักจะมีช่วงชีวิตระหว่าง 20-25 ปี ตามธรรมชาติ

จนกระทั่งเช้าวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ปู่ดำเงา จึงได้แสดงอาการไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ตามปกติ แต่ยังคงกินอาหาร ซึ่งทางทีมงานคาดว่า น่าจะเกิดจากอาการแผลที่หลังเท้าอักเสบและยังคงอยู่ในระหว่างการรักษา
แต่ในที่สุด เช้าวันนี้ วันที่ 12 ตุลาคม 69 ปู่ดำเงา ได้แสดงอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการปฏิเสธอาหาร และอาการหายใจหอบเหนื่อย จนได้สิ้นใจเมื่อช่วงสายของวันนี้……….
ทิ้งไว้ด้วยทั้งความอาลัยต่อทีมงานฯ และตำนานของคู่หมีควาย ที่มีสถิติอายุขัยมากที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งถึงแม้ปู่ดำเงาจะได้จากไป แต่ด้วยการดำรงชีวิตที่เกินกว่าอายุขัยมาอย่างยาวนาน จึงถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งความภูมิใจของทีมงานสวนสัตว์พาต้า ที่ปู่ดำเงาได้ทิ้งตำรา + องค์ความรู้อันล้ำค่ากับการดูแลสุขภาพสัตว์ให้ยืนยาวนาน เพื่อประโยชน์ของสมาชิกอื่น ๆ ในการดูแลของพวกเรา ต่อ ๆ ไป

ลาก่อน ….. เจ้าปู่ดำเงา

เจ้าคือหนึ่งในความทรงจำที่สำคัญและสัญลักษณ์แห่งความ “ยืนนาน ” ของสวนสัตว์ลอยฟ้าแห่งนี้ ตลอดไป

” Goodbye The Longest-Living Asiatic Black Bear in Thailand ”

สวนสัตว์พาต้า แจ้งข่าวเศร้า "ปู่ดำเงา" ปิดตำนานหมีควายอายุยืนมากที่สุดในไทย

สวนสัตว์พาต้า แจ้งข่าวเศร้า "ปู่ดำเงา" ปิดตำนานหมีควายอายุยืนมากที่สุดในไทย

สถานการณ์น้ำท่วมบางน้ำเปรี้ยว วิกฤตหนัก วัดบัวลิ้ม มีสภาพคล้าย เกาะกลางน้ำ ตัดขาดรถยนต์ พระสงฆ์ 3 รูป และวัว 3 ตัว ขาดแคลนน้ำสะอาดและอาหาร

0

สถานการณ์น้ำท่วมบางน้ำเปรี้ยว วิกฤตหนัก วัดบัวลิ้ม มีสภาพคล้าย เกาะกลางน้ำ ตัดขาดรถยนต์ พระสงฆ์ 3 รูป และวัว 3 ตัว ขาดแคลนน้ำสะอาดและอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตอย่างหนัก โดยเฉพาะที่ วัดบัวลิ้ม ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลโยธะกา ซึ่งเจอมวลน้ำจาก 3 แม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำปราจีนบุรี และ แม่น้ำนครนายก ไหลมาบรรจบกันก่อนลงสู่ ต้นน้ำแม่น้ำบางปะกง ส่งผลให้พื้นที่รอบวัดถูก น้ำท่วมขัง จนมีสภาพคล้าย เกาะกลางน้ำ ไม่สามารถใช้รถยนต์เดินทางเข้าออกได้ ต้องอาศัยการ เดินทางด้วยเรือ ฝ่า ท้องนาถูกน้ำท่วม กว่า 100 ไร่ ที่มีความลึกประมาณ 1.60 เมตร ถึง 2 เมตร ลัดเลาะผ่านบ้านเรือนประชาชน และใช้เวลานานกว่า 40 นาทีจึงจะถึงตัววัด
น้ำท่วมวัดบัวลิ้ม ตัดขาด! พระ 3 รูปติดเกาะ ขาดน้ำและอาหาร
พระครูสมุชัยรัตชินวโรเจ้าอาวาสวัดบัวลิ้ม เปิดเผยว่า วัดได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมขังยาวนาน กว่า 10 วันแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ทางผ่านของมวลน้ำ แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างเพียง 10 เซนติเมตร แต่ยังคงเอ่อท่วมกุฏิชั้นล่าง ศาลา และถนนทางเข้าออก ปัจจุบันมี พระสงฆ์จำพรรษา 3 รูป ต้องหุงหาอาหารฉันกันเอง และประสบปัญหาใหญ่คือ การขาดแคลนน้ำสะอาด สำหรับอุปโภคบริโภค

​นอกจากนี้ วัวเลี้ยง 3 ตัว ของวัดก็กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทางวัดต้องต้อนวัวขึ้นไปอยู่บน พื้นที่สูงรอบพระอุโบสถ ซึ่งเป็นจุดเดียวที่น้ำท่วมไม่ถึง ทำให้เกิด ภาวะขาดแคลนหญ้าแห้ง ต้องขอความช่วยเหลือจากญาติโยมที่นั่งเรือเข้ามา ให้ช่วยตัด หญ้าแห้งเลี้ยงวัว ติดมือมาด้วย เพื่อช่วยประทังชีวิตสัตว์ในช่วงที่น้ำยังไม่ลด

น้ำท่วมวัดบัวลิ้ม ตัดขาด! พระ 3 รูปติดเกาะ ขาดน้ำและอาหาร
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายเจตบุญธรรม ลูกศิษย์พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว ได้นำคณะสื่อมวลชนและอาสาสมัครลงพื้นที่ พร้อมด้วย นายคีรินฉ่ำสมบูรณ์นายกอบต.โพรงอากาศ และ นายจิรพัฒน์ธุรพันธุ์ ตัวแทนจาก หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันนำ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม หมูย่าง และปลาหมึก จากผู้ใจบุญมามอบให้กับทางวัด

​เนื่องจากบริเวณด้านหลังวัดติดกับ แม่น้ำบางปะกง และมี ระดับน้ำลึกกว่า 2 เมตร ทางนายก อบต. ได้นำ เสื้อชูชีพ มามอบให้พระสงฆ์ทุกรูปสวมใส่ เพื่อ ป้องกันอันตรายจากน้ำท่วม และเพิ่มความปลอดภัยหากต้องลงพื้นที่เกี่ยวกับกิจสงฆ์ในช่วงที่ สถานการณ์น้ำท่วมบางน้ำเปรี้ยว ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

น้ำท่วมวัดบัวลิ้ม ตัดขาด! พระ 3 รูปติดเกาะ ขาดน้ำและอาหาร

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

0

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ต (12 ตุลาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประเพณีถือศีลกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) ของจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2569 ซึ่งวันนี้ตรงกับวันที่ 3 ของประเพณี และเป็นวันที่ 2 ของพิธีแห่พระรอบเมือง หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่าพิธี “อิ้วเก้ง” บรรยากาศตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยความคึกคักและศรัทธาอันเนืองแน่น โดยในวันนี้เป็นคิวขบวนแห่พระของศาลเจ้าสะปำและศาลเจ้าบางคู ซึ่งมีประชาชนชาวภูเก็ต รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่แต่งกายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ เดินทางมารอน้อมรับขบวนพระตลอดสองข้างทางตามเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่านอย่างเนืองแน่น

 

ตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่พระเคลื่อนผ่าน ชาวบ้านและผู้ประกอบการได้ร่วมกันตั้งโต๊ะบูชา พร้อมนำผลไม้ ชา เครื่องไหว้ และจุดประทัดดังกึกก้องต้อนรับองค์พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และหน้าที่การงาน ก่อนที่ขบวนแห่พระจะเดินทางไปประกอบพิธีอัญเชิญควันธูปเทียน ณ บริเวณปลายแหลมสะพานหิน เพื่ออัญเชิญกลับมายังศาลเจ้า โดยในขบวนแห่พระของทั้งสองศาลเจ้า ประกอบด้วย ขบวนธงและป้ายนำขบวน เกี้ยวหามรูปพระ หรือ “ไทเปี๋ย” (เสลี่ยงขนาดเล็กประดิษฐานรูปเทพเจ้าตามลำดับขั้นยศ) ตามด้วยขบวนนิ่วสิ่ว หรือฉัตรจีน และพระเกี้ยวใหญ่ หรือ “ตั๋วเหลี้ยน” ซึ่งเป็นเสลี่ยงขนาดใหญ่ที่ประทับองค์กิ๋วอ่องไต่เต่ สร้างความเลื่อมใสศรัทธาและความสนใจแก่ผู้มารอรับชมเป็นอย่างมาก

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ บรรดาม้าทรงทั้งชายและหญิงได้เข้าร่วมประกอบพิธีตามความเชื่อโบราณ โดยการใช้อาวุธและสิ่งของตามตำนาน อาทิ เหล็กแหลม มีดดาบ และหัวมณฑลขนาดต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกายและกระพุ้งแก้ม ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่เฝ้าติดตามพิธีอย่างใกล้ชิดด้วยความอัศจรรย์ใจ โดยตามความเชื่อในประเพณีถือศีลกินผัก ม้าทรงจะทำหน้าที่รับเคราะห์กรรมและความทุกข์ร้อนแทนผู้ร่วมประเพณี เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้คน ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 จะเป็นพิธีแห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าหลิมฮู้ไท้ซู่ หรือศาลเจ้าสามกอง ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถรอชมและร่วมสืบสานประเพณีอันยิ่งใหญ่นี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

ภูเก็ตคึกคัก! ชุดขาวแน่นรับแห่พระ จุดประทัดต้อนรับสนั่น

เปิดอาการล่าสุด นักมวยดัง “ศิลาลาด” โดนเตะก้านคอ ถูกหามลงเวที

0

เปิดอาการล่าสุด นักมวยดัง “ศิลาลาด” โดนเตะก้านคอ ถูกหามลงเวที

กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำเอาแฟนมวยต่างพากันเป็นห่วง เมื่อเพจดัง ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ออกมาโพสต์สอบถามถึงอาการของนักมวย “ลาลาด” หลังถูก “ฟิวส์ พรัญชัย” เตะบริเวณก้านคอในยกที่ 3 จนต้องหามลงจากเวที  สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ที่ติดตามการแข่งขันเป็นอย่างมาก

เปิดอาการล่าสุด นักมวยดัง "ศิลาลาด" โดนเตะก้านคอ ถูกหามลงเวที

โดยเพจดังกล่าวระบุว่า มีใครตามเรื่องนักมวยคนนี้บ้าง “ศิลาลาด” ถูกเตะบริเวณก้านคอในยกที่ 3 จนต้องหามลงจากเวทีและมีอาการคอเอียงผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด เบื้องต้นยังไม่รู้ว่าอาการหนักแค่ไหนหรือจะต้องพักรักษาตัวนานเท่าไร คงต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อน

เปิดอาการล่าสุด นักมวยดัง "ศิลาลาด" โดนเตะก้านคอ ถูกหามลงเวที

กีฬาต่อสู้มีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่จังหวะปะทะบริเวณคอก็น่าหวาดเสียวจริงๆ ขอให้เจ้าตัวปลอดภัยและฟื้นตัวกลับมาได้ไวๆ

เปิดอาการล่าสุด นักมวยดัง "ศิลาลาด" โดนเตะก้านคอ ถูกหามลงเวที

โดยก่อนหน้านี้เพจ หนุ่ยไดโน มวยไทยคลาสสิค Nuidino MuayThaiclassic  ออกมาอัปเดตคำบอกเล่าจากศิลาลาดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวเผยว่า ศิลาลาด เล่าให้ฟัง หลังโดนก้านคอจนเกร็ง “ผมไม่เคยโดนน็อกแบบนี้ มันเกร็งครับ จำอะไรไม่ได้เลย เห็นอาจารย์บอกว่า 30 กว่านาที กว่าผมจะฟื้น ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ พักหนึ่งอาทิตย์ซ้อมต่อได้เลย ขอบคุณแฟนมวยที่เป็นห่วงครับ”  

เปิดอาการล่าสุด นักมวยดัง "ศิลาลาด" โดนเตะก้านคอ ถูกหามลงเวที

 

สาวโพสต์ภาพปริศนา เนื้อสีรุ้ง ในก๋วยเตี๋ยว ไขข้อสงสัย กินได้ไหม

0

สาวโพสต์ภาพปริศนา เนื้อสีรุ้ง ในก๋วยเตี๋ยว ไขข้อสงสัย กินได้ไหม